Topic: ตอนสั้น, one-shot, omakeของเหล่าOCและอื่นๆ Post Reply Back To Forum

  • ray
    Time/Date : 12:19:27 @ 02/10/2013

    ห้องนี้ตั้งขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์คือเพื่อเอาไว้เป็นที่ลงผลงานที่ไม่มีโอกาศได้เอาลงในโรลอื่นๆ สั้นเกินกว่าที่จะทำให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ ไม่เกี่ยวข้องกับโรลนั้นๆหรือไม่มีโอกาศ ห้องนี้จะไม่มีการกำหนดกฏใดๆทั้งสิ้นและจะลงอะไรไว้ก็แล้วแต่ท่าน ขอให้เป็นตอนสั้นเท่านั้นแต่จะมีกี่ตอนก็ย่อมได้

    ตัวอย่างแบบฟอร์ม
    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : (มีหรือไม่มีก็ได้)
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : (มีหรือไม่มีก็ได้)
    ประเภท : ดราม่า/โรมานซ์/ผจญภัย ฯลฯ(มีหรือไม่มีก็ได้)
    ที่มา : โรลFight Board/โรลMyth Board/โรลCrossover/Original ฯลฯ(จำเป็นต้องมี)

  • ray
    Time/Date : 12:19:45 @ 02/10/2013

    *สำรองพื้นที่*

  • zeya
    Time/Date : 13:05:32 @ 02/10/2013

    ชื่อตอน : ดอกไม้แ่ห่งเหมันต์
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : เฟรยก้า
    ที่มา : โรลFight Board

    "ความหนาวเย็น โดดเดี่ยว ทรมาน มีชีวิตเพื่ออะไร นี่คือสิ่งที่ตัวเราคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมเราถึงเกิดมาในที่แห่งนี้และทำไมเราถึงมีซีวิตอยู่ ทรมานเหลือเกิน"ห้วงความคิดของดอกไม้ดอกเล็กๆที่บานอยู่ในทุ่งน้ำแข็งซึ่งหนาวเหน็บไร้ซึ่งแสงตะวันและซีวิตใดๆดอกไม้ดอกน้อยนั้นผ่านวันและคืนอย่างทรมาน

    "ทำไมเราถึงเกิดมา"ดอกไม้ดอกนั้นได้แต่คิดเพียงแค่นั้น

    ---------------------------------------------------------

    "เอาละสมบรูณ์แบบสุดๆไปเลย"เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาดอกไม้ดอกน้ิอยนั้นได้ยินซัดเจนบรรยากาศรอบๆตัวก็ไม่ได้หนาวเหน็บแต่อย่างไรมันกับอบอุ่นอย่างที่ดอกไม้ดอกน้อยนั้นไม่เคยได้รับ

    "อ้าวๆ....ตื่นมาได้แล้วจ้า...ฉันรู้นะว่าเธอตื่นแล้ว"เสียงๆนั้นดังขึ้นอีกดอกไม้ดอกน้อยเหมือนได้เห็นหญิงสาวผมยาวสีเงินตาสีฟ้าอมม่วงในชุดสีดำกับเด็กหนุ่มผมสีโลหะนัยต์ตาสีโลหิตดอกไม้ดอกน้อยนั้นไม่รู้จักสิ่งมีซีวิตนี้เลยในชีวิตของมัน

    "ง่ะ....ไหงมองแบบนั้นมิทราบ....คนเขาอุส่าห์สร้างให้น่ารักแล้วนะ"หญิงสาวผมเงินพูดด้วยท่าทางไม่พอใจเด็กหนุ่มผมสีโลหะได้แต่หัวเราะ

    "เอาน่านายเหนือหัว....เธอคงไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นมาก่อนก็อย่าไปดุเธอสิครับ"เด็กหนุ่มพูดหญิงสาวผมเงินร้องซิดอกไม้ดอกน้อยนั้นมองทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่าเด็กหนุ่มผมสีโลหะเดินมาที่เธอ

    "เอาละมาผมช่วย"เด็กหนุ่มพูดดอกไม้นั้นรู้สึกว่าร่างของตัวเองเปลี่ยนไปเมื่อมองก็พบกับขาแบบของมนุษย์และเมื่อหญิงสาวที่เด็กหนุ่มเรียกว่านายเหนือหัวเอากระจกมาให้ดอกไม้ดอกน้อยส่องก็ทำให้ดอกไม้น้นแทบซ็อกเมื่อตัวดอกไม้นั้นมีร่างกายแบบมนุษย์ดอกไม้ดอกน้อยกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

    "อืม....ท่าทางว่าต้องสอนอะไรเยอะเลยแฮะ....แต่เอาชื่อก่อนละกัน....อืม....ชื่อใหนดีนะ...เอาชื่อรี้ละกันนะ.....เฟรยก้าพวกเราจะเรียกเธอว่าเฟรยก้าละกันว่าไงเบลด....ชื่อนี้เหมาะดีมั้ย"นายเหนือหัวถามเด็กหนุ่มนามเบลดได้แต่หัวเราะแฮะๆ

    "นายเหนือหัวนี่ละน้า"เบลดเกาหัวพลางหัวเราะแหะๆดอกไม้ดอกน้อยที่ถูกตั้งชื่อว่าเฟรยก้านั้นได้แต่มองทั้งสองคนแต่เท่าที่ดอกไม้ดอกน้อยรู้ชีวิตเธอจากนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

  • lancenater
    Time/Date : 13:13:21 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง : เทวดาจอมป่วนและนักเรียนชาย
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : แลนซ์,โอม,ปาล์ม,เทนชิ
    ที่มา : โรลCrossover
    ....................
    ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้ดังจัดนัก แต่ก็ยังพอมีชื่อเล็กน้อย ทุกคนเป็นนักเรียนตามปกติ มีเกรียนบ้าง แต่ว่าบางคนนั้น....
    "เทิร์นของชั้น ขอสั่งจักรพรรดิ์แห่งความหวัง โฮป โจมตีโดยตรง!!"
    "เฮ้ย ขอยึมการ์ตูนหน่อยครับ!!"
    "ข้อนี้ขอลอกหน่อย!"
    "แล้ววงนี้นะ เขาหล่อมากๆเลยเธอว์!!"
    "ซิงโคร!! เรดเดมอนส์ดราก้อน!!"
    นี่คือบรรยากาศของห้องที่"ควรจะ"เป็นห้องคิงของโรงเรียน แต่มันกลับเป็นศูนย์รวมคนบ้าบอทั้งนั้น
    "เฮ้ย ไอ้โอม จะว่าไปนะ..."
    นี่คือหนึ่งในคนพวกนั้น เขามีชื่อเล่นอยู่ แต่ว่าปกติเขาจะไม่บอกชื่อจริงกับคนที่เขาไม่รู้จัก เอาเป็นว่าชื่อปลอมเขาชื่อว่า[แลนซ์] เขาก็เป็นนักเรียนธรรมดาเช่นกัน และเขาก็เป็นพวกประเภทเพ้อฝันไปวันๆซะด้วยสิ
    "ถ้าคนจากในเกมหรือการ์ตูนมาโลกแห่งความจริง คงจะดีนะ"
    "โฮ้ย ถ้าเป็นอย่างนั้น กูคงจับคู่กับยูยูโกะล่ะวะ"
    นั่นคืออีกเสียง เจ้าของเสียงนั้นคือ[โอม] เขานั้นเป็นคนที่เพ้อฝันไปวันๆอย่างเดียวกับแลนซ์ แต่ว่าเขามีปัญหาอย่างหนึ่งคือ"ความอ้วน"และหลายคนก็มักล้อเขาเรื่องนี้เช่นกัน
    "เออว่ะ"และนี่คือ[ปาล์ม] นักเรียนชายอีกคนที่โคตรเก่งอังกฤษ แต่ว่าหื่นเข้าขั้นและเตี้ยมาก
    "แต่ว่า เรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้ยังไงวะ"
    "เอาน่า ว่าแต่ว่า....."
    "มันบ้าอีกแล้วใช่มั้ย"
    ทั้งสามหันไปทางหนึ่ง..
    "All hail Lelouch!!!"
    "ไอ้สิบโทเอ้ย"
    นั่นเป็นเสียงของเพื่อนพวกเขา[ซาป]ผู้วันๆคิดแต่จะครองโลก บ้าลูลูช ชาร์ ประวัติศาสตร์ และเผด็จการมาก เพื่อนบางคนได้เรียกเขาว่า"สิบโท"เพื่อล้อว่าเขานั้นวันๆเอาแต่คิดจะครองโลกและล้มเหลวแบบสิบโทเคโรโระไปวันๆ
    "เฮ้ย ครูมาว่ะ"แลนซ์ว่าก่อนกลับไปนั่งที่ตน แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า
    ถ้าโลกเรามีตัวละครมาจริงๆ...คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยน้า...
    .................................
    แลนซ์ได้เดินกลับมาที่หอพักของตน เขาไม่ได้คิดอะไรมาก วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวัน แต่ว่า......
    "ว้าย!!! นั่นใคร!!"ผู้หญิงคนหนึ่งกรี้ดเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า!!
    แลนซ์รีบมองขึ้นไป ภาพนั้นทำให้เขาตะลึง มีแสงสีรุ้งออกมาจากบนฟ้า และมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งร่วงลงมา ผมของเธอเป็นสีน้ำเงินยาว หมวกใบกว้างสีดำบนศีรษะมีสิ่งที่เหมือนลูกท้อประดับอยู่ เธอสวมเสื้อสีขาวแขนสั้น กระโปรงสึน้ำเงิน และถึอดาบเล่มหนึ่ง มันเป็นดาบที่เป็นสีแดงฉาน ใบหน้างดงามราวเทพธิดา แต่ภาพนั้นมันกลับทำให้แลนซ์ตกตะลึง
    "ฮินานาอิ เทนชิ!?"
    แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเห็นไม่มีทางเป็นอื่นนอกจาก[ฮินานาอิ เทนชิ]หนึ่งในเทพธิดาจอมป่วน สร้างความเดือดร้อน และถูกมิโกะกำราบ แต่ว่านั่นมันก็แค่เรื่องในเกม"โทโฮ"มันไม่น่ามีทางเป็นจริงได้แน่ๆ แต่ตอนนี้นั่นยังไม่ใช่ประเด็น..
    "อันตราย!!"แลนซ์พุ่งเข้าไปหาเธอ มันเป็นเรื่องที่ดูโง่ๆเพราะคนที่ตกมาจากฟ้าแล้วเราเอาแขนรับมันต้องแขนหักแน่ๆ แต่ว่าแลนซ์ที่เข้าไปรับกลับรับเธอได้ แถมรู้สึกเหมือนตัวเธอเบาหวิว...แต่ซักพักก็กลับมาหนัก และเมื่อดูดีๆแล้วเธอกลับดูเหมือนจะบาดเจ็บอยู่ด้วย
    "เดี๋ยวนะครับ จะรีบช่วยเดี๋ยวนี้แหละ!!"แลนซ์รีบแบกเธอไปที่หอพักของตัวเองทันที
    .......................................
    ถึงจะพาเธอนอนบนเตียงแล้ว แต่เธอก็ยังสลบอยู่ เขากำลังสับสนว่าควรทำไงดี ก่อนรีบวิ่งไปหยิบของปฐมพยาบาล
    แต่อยู่ดีๆสาวน้อยคนนั้นก็ลุกขึ้นมาได้ แถมบาดแผลบนตัวและอาการต่างๆก็หายไปแล้ว
    "บ...บ้าน่า!!"แลนซ์ตกใจมากกับภาพที่เห็น
    สาวน้อยคนนั้นหันไปมองซ้ายมองขวาอย่างค่อนข้างตกใจ ก่อนหันมาทางแลนซ์อย่างตกตะลึง"น..นี่นายเป็นใคร!! ที่นี่ที่ไหน!!"
    แลนซ์เริ่มเชื่อไปส่วนหนึ่งแล้วว่า นี่แหละเทนชิ จึงตอบไปว่า"ที่นี่คือกรุงเทพ เมืองไทย ปี 2556 ครับ"
    "เดี๋ยว! นี่มันอะไรกัน!!"เทนชิยังไม่หยุดตกใจและหยิบ"กระบี่ไร้คนึง"ออกมาชี่จ่อที่แลนซ์"พาชั้นกลับไปเดี๋ยวนี้!!"
    ชิบหอง นี่มันดาบแท้ๆเลยนี่หว่า แถมดูเหมือนจะไม่ใช่ดาบ แต่เป็นพลังงานสีแดงที่รวมเป็นดาบมากกว่า
    "เอ่อ...คือว่า ผมยังไม่รู้เลยนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าผมแค่เห็นคุณร่วงมาจากฟ้า แล้วผมก็เลยแค่พาคุณมาจะปฐมพยาบาลน่ะครับ แล้วคุณพอจำอะไรได้บ้างก่อนจะมาที่นี่ล่ะครับ คุณฮินานาอิ เทนชิ?"
    "เดี๋ยว! นายรู้ชื่อชั้นได้ยังไง!!"
    "เอ่อ...เรื่องมันคงยาวนะครับ แต่จะอธิบายนะครับ"
    แลนซ์ได้อธิบายและได้ฟังเกี่ยวกับว่าเขารู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเธอจากเกม[โทโฮ]และเมื่อเขาเล่าเหตุการณ์มา น่าแปลกที่เทนชิบอกว่าที่ทางนั้นก็มีเหตุการณ์เหมือนกันเป๊ะ เขาเริ่มเชื่อเข้าไปแล้วว่านี่ต้องเป็นเทนชิตัวจริงแน่..
    "ว่าแต่คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ"
    "จะว่าไปเหรอ...ตอนนั้นชั้นก็แค่บินอยู่ แล้วก็ไปท้ายัยยูกะดันมาคุกัน ทีนี้ชั้นเหมือนจะแพ้ แล้วชั้นก็สลบไป รู้อีกทีก็อยู่บ้านนายแล้วล่ะ!!"
    "อย่างนั้นเหรอครับ ดูท่าว่าเราจะยังไม่รู้นะครับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นยังไง แต่คุณคงต้องอยู่ที่นี่ซักพักก่อนล่ะครับ แย่ล่ะสิ ป้าคนดูแลหอจะจับได้มั้ยหว่า...."
    เทนชิเงียบไปซักพัก ก่อนทำหน้าเหมือนเข้าใจอะไรซักอย่าง และหันมาพูดว่า"ก็ได้! แต่นายต้องดูแลแล้วก็รับใชัชั้นด้วย เข้าใจมั้ย เจ้าลูกเบ๊!!"
    "ผมเป็นลูกเบ๊ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย!!!!!!"
    ......................................
    หลายวันผ่านไป แลนซ์ต้องแอบพาเธอทำบัตรประชาชนปลอม โดยต้องซึ้อชุดใหม่ให้ปลอมตัวด้วย แล้วพาเธอไปสมัครเรียนเข้าโรงเรียนเดียวกับเขา แปลกยังไงก็ไม่รู้ที่เธอสอบได้ห้องเดียวกับห้องเขาด้วย เพื่อนต่างฮือฮา แต่ว่าโอมกับปาล์มดูไม่ค่อยตกใจ เขาสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงดูไม่ตกใจเลย และนี่ก็คือคำตอบ
    "ตูก็เจอเรื่องเดียวกับแกน่ะแหละ"
    "ง...งั้นช่วยเล่าทีว่าเกิดอะไรขึ้น"
    .................
    ช่วงที่เทนชิอยู่ เขาต้องพยายามทำอะไรหลายอย่าง ตัองมาเอาใจ ซึ้อของให้ อธิบายเรื่องเกี่ยวกับโลกนี้ และอีกหลายอย่าง แต่เขากลับดูมีความสุขมากกว่าแต่ก่อน ไม่รู้เพราะอะไร
    ............................
    วันที่XX เดือนXX ปี XXXX
    ชั้น ฮินานาเอะ เทนชิ ได้มาอยู่กับเจ้าบื้อนี่มาหลายวันแล้ว เมื่อไหร่เขาจะพาชั้นกลับไปได้ซักทีนะ เฮ้อ แต่ว่าที่ผ่านมาเค้าก็ปฏิบัติตัวดีกับชั้นมาก น่าแปลกที่แม้ชั้นจะว่าเขาหรืออะไรก็ตาม เขากลับยังทำหน้ายิ้มแย้มได้ แถมยังดูแลชั้นอย่างดีด้วย แล้วช่วงนี้พอชั้นอยู่ใกล้ๆเขาแล้วชั้นกลับรู้สึกอะไรบางอย่าง รู้สึกหัวใจเต้นแรง หน้าแดง แล้วก็เหมือนอายด้วย ทำไมกันนะ หรือนี่จะเป็น...
    ความรัก?
    ไม่ๆๆๆๆ!!!! ชั้นไม่มีทางชอบคนอย่างหมอนั่นหรอก! เมื่อใหร่ชั้นจะได้กลับเก็นโซเคียวเนี่ย!!
    แล้วถ้าชั้นกลับไปได้ ชั้นจะกลับไปจัดการยัยยูกะให้ได้เลย! คอยดู!

  • zeya
    Time/Date : 14:21:31 @ 02/10/2013

    ชื่อตอน : นิวและเซยะ
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : จอมเวทย์นิว,เซยะ
    ที่มา : โรลCrossover

    "(เซ็นเซอร์)....ไอ้บ้าบันได...ไอ้คนออกแบบเกม...เอ็งทำแบบนี้กับนังนี่อีกแล้วเหรอฟะ....โว้ย(เซ็นเซอร์).....เห็นว่าทำรีเมคนึกว่าจะทำให้ฉากปวดตับนั้นหายไปไหงเอ็งทำตับนังนี่พังกว่าเดิมมมมมมมม.....เอาหนูนิวตูคืนมา"เสียงโวยวายดังลั่นหญิงสาวทำหน้ามุ่ยไม่พอใจเมื่อพบว่าฉากจบของเกมที่เธอเล่นกับเป็นฉากที่ทำให้เธอไม่พอใจสุดๆ หญิงสาวนั้นวางมือจากเกมกลับมาดูผ้าที่อบอยู่ในเครื่องซักผ้าทันที่

    "เฮ้อ.....ทำไมต้องให้พวกกันดั้มตายด้วยฟะ...ถ้าจะรีเมคทำใหม่ก็ให้เขารอดสิฟะอุต่าห์เก็บเกิบซื้อทรีดีเอสกับตัวเกมมาแล้วแท้ๆ....แม่งเจออย่างนี้เรื่อยเลย"หญิงสาวบ่นไม่เลิกแล้วจู่ๆ

    "เรา.....เราตายไปแล้วนี่งั้นที่นี่มันที่ใหนกัน"เสียงๆหนึ่งดังขึ้นหญิงสาวสะดุ้งโหยงแล้วหันไปมองกันดั้มตัวเล็กสีขาวแดงยืนมองไปรอบๆเซยะนั้นถึงกับพูดไม่ออก

    "น่ะ.........หนู.....หนูนิววววววววววววววววว"เซยะพูดได้แค่นั้นก็พุ่งเข้าไปกอดจอมเวทย์นิวทันที

    "ดะ....เดี๋ยวก่อนครับ...ชะ...ช่วย....ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่าที่นี่ที่ใหนแล้วคุณเป็นใคร"นิวพูดแต่ดูเหมือนเซยะจะไม่ฟัง

    -------------------------------------------------------

    เวลาต่อมาเมื่อเซยะสงบสติอารมณ์ได้แล้วทั้งสองก็มานั่งคุยกันพร้อมกับที่เซยะเปิดข่าวให้นิวได้ดูถึงปรากฏการที่เหมือนๆกันทั่วโลกให้นิวดู

    "สรุปว่าผมถูกดึงมานี่คงเพราะด้วยเหตุผลบางอย่างสินะครับ"นิวพูดเซยะพยักหน้าจอมเวทย์กันดั้มได้แต่ถอนหายใจแล้วมองหน้าเซยะ

    "งั้นระหว่างนี้ถ้าคุณไม่ว่าอะไร....ผมขออาศัยบ้านคุณไปสักระยะจนกว่าจะรู้เหตุผลได้มั้ยครับ"นิวพูดเซยะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มร่าเริงสุดๆ

    "ไม่เป็นไรจ๊ะ...สำหรับแม่แล้วจะให้หนูนิวอยู่ตลอดไปเลยก็ได้"เซยะพูดจบก็คว้านิวมากอดคราวนี้กอดแน่นกว่าเดิมอีก

    "นะ...หนูนิว...แม่นี่คุณหมายความว่าไง"นิวได้แต่ร้องถามเเต่ดูถ้าว่าเซยะจะไม่ได้สนอะไรอีกแล้ว

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งปีทั้งนิวทั้งเซยะต่างทำความเข้าใจกันมากขึ้นและนิวเองก็ยอมรับเซยะในฐานะแม่ได้บ้างแล้วจอมเวทย์หนุ่มนั้นก็ช่วยงานร้านซักรีดของเซยะพร้อมค้นหาเงื่อนงำต่างที่ทำให้เขาและคนในโลกต่างๆนั้นมาอยู่ที่โลกใบนี้ไปด้วย

    "หนูนิว....มาช่วยแม่หน่อยสิลูก"เซยะนั้นกำลังเอาผ้าออกจากถังซักผ้านิวจึงมาช่วยหญิงสาวทันที

    "ครับแม่....."นิวขานรับพร้อมมาช่วยเซยะจัดการกับผ้าลูกค้าที่ร้านของหญิงสาวโดยทันทีหารู้ไม่ว่าโชคซะตาของพวกเขาท้งสองจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล

    "แม่...."นิวพูดขึ้นเหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเซยะหันไปมองด้วยความสงสัยมือก็ถือผ้าที่กำลังจะเอาใส่เครื่องซักนั้นค้างเอาไว้

    "อะไรจ๊ะหนูนิว.."เซยะถามพลางมองกันดั้มที่ตนเรียกว่าลูกด้วยความสงสัย

    "ไม่มีอะไรหรกครับ...ผมคงนึกไปเองน่ะ...ก็แค่สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีก็แค่นั้น"นิวพูดเซยะนั้นได้แต่มองไม่คิดจะถามอะไรแต่เธอรู้ดีว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่น่ากลัวกว่านี้เกิดขึ้นแน่นอน

  • maid guy
    Time/Date : 14:43:09 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : space warrior ตอนกำเนิดนักรบ
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : ???????/เชส เดอุสพราม
    ประเภท : ดราม่า/แอคชั่น
    ที่มา : Original+MB

    ในสถานที่ที่มีโกดังตั้งราวเขาวงกต ที่ข้างกันนั้นมียานอวกาศสำหรับเดินทางและยานรบที่ดูไม่เป็นมิตรนั้นจอดอยู่ มีเด็กหนุ่มที่่วิ่งจูงมือน้องสาวอยู่ เขาพยายามหนีจากคนที่ตามล่าพร้อมปืนโดยที่เขามีเพียงมีดพกแบบทหารเท่านั้น จนเขาเห็นตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กอยู่เขาจึงแอบเอาน้องสาวเขาซ่อนในนั้น

    "อยู่ในนี้นะ"ชายหนุ่มกล่าวก่อนดันน้องสาวของเขานั้นเข้าไปในตู้ที่ซ่อนคนได้เพียงแค่คนเดียว
    "แล้วพี่ละคะ"
    "พี่จะล่อมันเอง อย่างน้อยต้องล่อให้ได้สักครึ่งชั่วโมงก่อนที่ท่านเชสจะมาช่วย"เขารีบปิดประตู
    "อย่าตายนะท่านพี่"
    "อือ"เขาพูดแบบนั้นแต่ในมือนั้นกลับสั่นเทาด้วยความกลัวที่ยากจะบรรยายในตัวเขา เด็กหนุ่มวิ่งต่อไปจนกระทั่งเจอภาพที่เขานั้นแทบจะรู้สึกถึงความสิ้นหวัง ภาพสตรีที่งดงามนั้นนอนจมกองเลือดเพราะแผลที่ถูกยิงสองสามนัดที่ท้อง มือของเธอนั้นกุมบาดแผลอยู่

    "?????? ติดต่อทางกองทัพได้หรือยัง"ผู้หญิงคนนั้นถาม
    "ครับท่านแม่"เด็กคนนั้นกล่าว"อีกเดี๋ยวท่านพ่อจะมาแล้ว ท่านแม่อดทนสักหน่อยนะครับ"
    "แม่คิดว่าแม่คงไม่รอดแล้ว"
    "อย่าพูดแบบนั้นสิครับท่านแม่"เด็กหนุ่มพูดพลางหาอะไรที่สามารถห้ามเลือดได้ แต่เขาไม่พบเลย"หากท่านแม่ตาย ท่านพ่อคงไม่ให้อภัยผมแน่"
    "ทำไมลูกพูดแบบนั้นกันละ"
    "เพราะผมเลือกที่จะออกจากตระกูลเอง ดังนั้นท่านแม่เลยพลอยเดือดร้อน หากผมไม่เลือกที่จะออกจากตระกูล ท่านแม่คงไม่โดนโจมตีแบบนี้"
    "ลูกไม่รู้หรอกว่าการเลือกของลูกมันถุกหรือผิด ไม่แน่ว่าหากลูกเลือกอีกทางอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้"เธอพูดพร้อมยื่นมือมา
    "ท่านแม่"เด้กหนุ่มยื่นมือมา
    "????????ลูกต้องปกป้องน้องด้วยน...."ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะจับมือแม่ของตน มือของผู้หญิงได้ตกไปก่อนราวกับเป็นสัญญาณของการเสียชีวิตของผู้เป็นแม่ของเด็กหนุ่ม ไม่ทันไรนั้นมีคนมาถึงสามคนเขาถือปืนกลขนาดเล็กทั้งสามคนแต่ดูท่าทีอย่างไรเขาก้ไม่น่าจะเป็นมิตรกับเด็กหนุ่ม

    "เจอตัวสักที"คนที่สวมหมวกเหล็กเดินเข้าไปหาก่อนและเพื่อนเขาอีกคนเดินตามและคนสุดท้ายนั้นมองซ้ายและขวา

    "ไม่เห็นเด็กผู้หญิงเลยแฮะ"
    "อาจซ่อนตัวอยู่ก็ได้ หาให้เจอซะ"

    เด็กหนุ่มนั้นเหมือนอยู่ในภวัง เขานึกถึงการฝึกซ้อมกับพ่อของเขาที่เหมือนเป็นผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มล้มลงพร้อมกับมีดพกทหาร
    "สู้สิ"
    "แต่ว่าท่านพ่อ นี่มันมีดจริงนะท่านพ่อ"
    "หากเจ้าไม่เคยชินต่อการใช้ เจ้าก็แค่ไอ้กระจอกที่พกมีดปลอมไม่ใช่ทหารกล้าที่องอาจในสนามรบ"
    "ไม่"
    "จงสู้ ไม่งั้นเจ้าจะต้องตาย"
    "อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"เด้กหนุ่มกลับมาในปัจจุบัน เขาตะโกนลั่นพร้อมพุ่งผ่านชายคนแรกก่อนและจึงชนกับชายคนที่สอง

    "เฮ้ย เด็กคนนี้คิดสู้หรือ"ชายที่ดูต้นทางพูด"แค่เด็กเองคงไม่ เฮ้ย!"

    http://www.youtube.com/watch?v=zFYj2ZTGtFQ

    คอของเพื่อนคนแรกนั้นมีรอยสีแดงวิ่งผ่านและขยายออกราวกับโดนตัดออกมา เขาพยายามกุมคอที่ขาดเพราะถูกตัดและล้มลง ชายอีกคนหนึ่งถูกแทงเข้าที่หัวใจ

    "ไอ้เด็กเวร"เขาพูดแค่นั้นก่อนที่จะถูกผลักไปชนกับเพื่อนของเขาเด็กหนุ่มใช้จังหวะนั้นกระโจนขึ้นแล้วแทงแต่พลาดไปถุกที่ไหปลาร้าของคนที่เป็นศัตรูของเด็กหนุ่ม

    "อ้าก"
    "เกิดอะไรขึ้นกัน"เพื่อนของกลุ่มคนร้ายนั้นได้ตรงมาหาจากอีกด้าน
    "ช่วยด้วยไอ้เด็กเวรมันแทงข้า"

    แต่เด็กหนุ่มนั้นกลับคว้าปืนแล้วเอาตัวเข้าผนังแล้วดักรอ เมื่อมีชายเข้ามาเด้กหนุ่มนั้นได้แทงที่อกทันทีและเขาหมุนเข้าหาแล้วยิงใส่ผู้ที่มาเยือนโดยใช้ผู้ชายที่ถุกแทงเป็นโล่ห์

    "พวกแกต้องตายให้หมด"เด้กหนุ่มตะโกนลั่น

    ................................................................................

    ยานรบขนาดใหญ่ได้ตรงมายังที่นัดหมาย ทหารดาวเฮอร์โรเคสหลายสิบนายได้ออกมาจากยานพรอมกับเชส เดอุสพราม

    "ทุกนายตามหาตัวประกันให้พบ"เมื่อเขาสั่งทหารทุกนายนั้นได้ตามหาจนถึงตู้คอนเทนเนอร์ที่มีเสียงเด็กร้องให้

    "ท่านครับทีมอัลฟ่าพบเด็กผู้หญิงแล้ว"
    "ดีมาก พามาหาข้าเลย"

    อีกฝั่งหนึ่งนั้นได้เดิ่่านซากศพ ซากศพเหล่านั้นล้วนถึกยิงไม่ก็ถูกแทง
    "ทางฝั่งเบต้าตอนนี้พบแต่ศพของผู้ก่อการร้ายเท่านั้น"ทหารอีกกลุ่มกำลังเดินอยู่
    "หาต่อไป"เชสสั่ง
    "ผมเจอศพของผู้หญิงแล้ว"ทหารนั้นกำลังตรวจสอบใบหน้าพบว่าศพนั้นมีชื่อว่า ไดแอนเดอุสพราม"เป็นศพของ....."
    "ภรรยาข้าสินะ"เชสพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพลางมองทหารที่ส่งเด็กสาวให้กับตน เด็กคนนั้นร้องไห้ทันที"
    "พามาหาข้าเลย"
    "ท่านครับเราเจอเด็กหนุ่มแล้วเขายังมีชีวิตอยู่ครับ"
    "พาเขามา"
    "ครับ"เสียงปืนนั้นได้ดังขึ้นหนึ่งนัดหลังจากการสนทนา

    "อ้าก!"
    "เกิดอะไรขึ้น"
    "ไอ้เด็กบ้านั่นดันยิงผมเฉยเลย ผมกำลังเก็บศพผู้หญิงอยู่ เจ้าเด็กนั้นก็หนีไปแล้ว"
    "ล่อมันมาหาข้า"
    "ครับ"

    เมื่อเสียงปืนนั้นใกล้เข้ามา เชสนั้นกำลังปลอบเด็กผุ้หญิงด้วยความอ่อนโยน
    "ท่านพี่จะปลอดภัยไหม"เด้กหญิงถาม
    "คิดว่านะ"
    "แล้วท่านแม่"เด็กพูดพร้อมจับแก้มของเชส
    "ไม่เป็นไร"เชสพูดพร้อมทำหน้าลำบากใจ "แม่นั้น...."
    "ตายแล้วสินะคะท่านพ่อ"เด็กผู้หญิงตอบพร้อมร้องไห้
    "คาริน พ่อบอกว่าอย่าอ่านใจไง"เชสตอบกับหญิงสาว
    "ท่านพ่อชอบโกหกพวกหนู หนูเลยต้องอ่านใจไงคะ"คารินพูดทันที
    "ลูกไปพักก่อน"เชสสั่งก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีร่างที่คำรามอย่างบ้าคลั่งได้หลุดจากวงล้อมของทหารและตรงมาหาเชสราวกับคนที่บ้าคลั่ง

    "จัดการ"

    มีร่างสองร่างพุ่งเข้าจับกุมเด็กหนุ่ม เป็นคู่แฝดชายหญิงที่หน้าตาคล้ายกันนั่งเองเด็กหนุ่มได้แต่คำรามลั่น

    "ท่านอาปลอดภัยไหม"แฝดผู้หญิงได้พูดขึ้น
    "ฉันบอกกี่ครั้งแล้วเรย์"แฝดผู้ชายเอ่ยตอบ"ว่าให้เรียกว่าท่านเชส"
    "ค่ะ พี่เดรโก้"แต่เมื่อเรย์เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มได้ตกใจทันที
    "เฮ้ย ????????นี่น่า"เรย์พูด
    "ใช่แล้ว"เชสกล่าว"ลูกของข้าเอง"
    "แต่ว่า"เดรโก้พูด"คนที่ไม่กล้าฆ่าแม้แต่กระต่ายป่าทำไมถึง"
    "เพราะไดแอนตายแล้วเขาจึงเป็นแบบนี้ไง"เชสเดินไปหาเด็กหนุ่มที่ร้องอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับตบหน้าทันที เมื่อโดนตบหน้าเด็กหนุ่มนั้นได้สติทันที

    "รู้สึกตัวหรือยัง"
    "ครับ"
    "งั้นก็ดี"

    และทุกคนก็ขึ้นยานไปทันที

    ...........................................................................................................
    ในงานศพของไดแอน แขกทุกคนที่สวมชุดสีดำต่างนั่งในห้องที่คล้ายกับโบสถ์ที่ดูหรูหรา เสียงคนนำสวดนั้นดังไพเราะราวกับส่งวิญญาณให้สงบ ตระกูลเดอุสพรามเกือบทุกคนยกเว้นไทรเด็นนั้นต่างนั่งกันนั่งอย่างสงบ คารินนั้นราวกับคนที่ตายแล้วอย่างไรอย่างนั้นเพราะเธอนั้นไร้ชีวิตชีวา

    "เจ้า?????ทำไมไม่มาสักที"เรย์ทัก"นี่งานศพแม่ของตัวเองยังไม่ยอมมาเสียที"
    "เขากำลังช๊อคอยู่"เดรโก้เสนอ
    "เจ้าน้องบ้าเอ้ย ทั้งๆที่เป็นคนก่อเรื่องแต่กลับ"
    "เงียบ"เชสสั่งทีเดียวทั้งคู่นั้นเงียบทันที

    เมื่อหลวงพ่อนั้นสวดเสร็จแล้วและกำลังเตรียมที่จะฝังศพประตูได้เปิดออกมาแล้ว เด้กหนุ่มได้เดินออกมาพร้อมกับเครื่องดนตรีที่เหมือนกับคีย์บอร์ด เขาเดินไปที่หน้าหลุมศพพร้อมกับเรียกคารินทันที

    "คาริน ฉันจะเล่นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อท่านไดแอน"เมื่อเขาเอ่ยเสร็จแล้วจากสาวน้อยที่ไร้ความมีชีวิตชีวานั้นพลันร้องไหทันที

    "ค่ะ"

    http://www.youtube.com/watch?v=p9vtIh7VDMI

    เมื่อเขาเริ่มบรรเลง น้องสาวของเขาก็เริ่มเต้นและร้องตาม บรรดาแขกที่ได้รับฟังนั้นต่างพากันหลั่งน้ำออกมาจากสายตากัน แม้แต่คู่แฝดนั้นก็ยังอดมิให้ไหลไม่ได้ ยกเว้นเพียงแต่เชสเท่านั้นที่ไม่ร้องไห้ออกมา และเมื่อบทเพลงจบลง คารินนั้นได้เกาะอยู่ข้างโลงศพพร้อมกับน้ำตาที่พลั่งพลู เด็กหนุ่มจึงเริ่มเอ่ย

    "หากเปรียบชีวิตของเราก็เสมือนบทเพลงที่ไม่ว่าจะดีแค่ไหนสุดท้ายก้ต้องจบ แต่บทเพลงที่ดีเลิศเท่านั้นที่จะตราตรึงใจผู้คนไปตลอดกาล"เมื่อเขากล่าว สายน้ำได้หลั่งไหลออกจากตาขวาทันที
    ......................................................................................................

    เมื่อกลับไปถึงบ้านของพวกเขาที่เป็นปราสาทอยู่ใจกลางป่าเด้กหนุ่มได้ยืนมองต้นไม้ตายซากที่มีโพรงอยู่ในนั้น เชสและสองแฝดได้เดินมาหาเด้กหนุ่มทันที

    "ต้นไม่ต้นนี้"เชสเริ่มเอ่ย"เจ้ามักจะแอบมาร้องไห้อยู่เสมอ และไดแอนมักจะมาปลอบเจ้าที่นี่สินะ"
    "???????เราเตรียมของที่ต้องการให้แล้ว"เรยืพูดพร้อมยกถังน้ำมัน เด็กหนุ่มจัดการราดน้ำมันและเผาต้นไม้ทันที

    "จากนี้ไปจะไม่มีการร้องไห้ที่นี่อีกต่อไป"
    "นาย"เดรโก้เอ่ย
    "ท่านเชสครับ ข้าขอกลับมายังตระกูลเดอุสพรามได้หรือไม่"
    "แต่ว่าเจ้าเลือกแล้วว่าจะ"
    "ข้ารู้ว่าข้าได้เลือกผิดไป และข้าอยากจะเลือกอีกครั้งเพราะข้ารู้แล้วว่าข้าเป็นอะไร และควรใช้ชีวิตอย่างไร"
    "แต่ว่า"เรย์กล่าวแต่โดนเดรโก้ขัด
    "แน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกเส้นทางนี้"เดรโก้ถาม
    "ครับ"
    "งั้นข้าจะยกเลิกเอกสารนั่นในภายหลังเอง????????"เชสเรียกชือเด็กหนุ่ม
    "ข้าจะสลัดความอ่อนแอทิ้งไป ดังนั้นแล้วข้าจะทิ้งนามเดิมของข้าที่แสนอ่อนแอ"
    "แล้วข้าจะเรียกเจ้าว่าอะไรดีลูกข้า"เมื่อเชสถามเด็กหนุ่มหยุดคิดก่อนจะพูดว่า"ขาเป็นทายาทอันดับ3 ดังนั้นข้าจะเอาเลขสามตั้งชื่อโดยใช้ชื่ออาวุธโบราณเป็นต้นแบบ นั่นคือ"เขาเงียบสักครู่ก่อนที่จะเอ่ยชื่อของเขา

    "ไทรเด็น(Trident)"

  • lancenater
    Time/Date : 15:17:22 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง : เจ้าหญิงแห่งความตายและนักเรียนชาย
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : แลนซ์,โอม,ปาล์ม,ยูยูโกะ
    ที่มา : โรลCrossover
    ..........................
    "ง...งั้นช่วยเล่าทีว่าเกิดอะไรขึ้น" [แลนซ์]เด็กหนุ่มผู้เพิ่งจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับ[เทพธิดา]นั้นได้ถามเพื่อนร่วมห้องเขา[โอม]
    "ก็ได้ เรื่องมันก็ประมาณนี้ล่ะมั้ง....."
    ...............................
    "ว้อยยยย ไม่มีอะไรทำเลยยยยย"โอมที่เดินกลับบ้านเช่นกันและอยู่หอเดียวกันกับแลนซ์ โดยจริงๆแล้วทั้งสามห้องได้ติดกันอยู่ เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สังเกต และก่อนหน้านั้นเขาไปแวะร้านหนังสือ จึงได้เดินกลับมาหลังจากที่แลนซ์พบเทนชิ
    "วันนี้ก็คงเล่นเกม prop hunt ตามเดิมล่ะว้าาา"เขาคิดก่อนเดินไป แต่อยู่ดีๆเขาก็เหมือนสังเกตเห็นคนบางคนอยู่ด้านหลังเขา โอมรีบหันหลังไป แต่ก็ไม่พบใคร
    "คิดไปเอง...สินะ"
    ......................
    ในที่สุดเขาก็กลับมาที่หอจนได้ แต่เขากลับได้ยินเสียงมาจากห้องข้างๆที่เป็นห้องของแลนซ์
    "พาชั้นกลับไปเดี๋ยวนี้!!"
    อะไรวะ เด็กหนุ่มคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจและหันเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมต่อ
    "คิดจะทำอะไรกันคะ!!"
    เอาล่ะ คราวนี้เสียงมาจากห้องของปาล์ม แต่เขาก็เลิกสนใจไปและเริ่มเปิดโปรแกรม steam
    ...........................
    "เวรล่ะ ทำไมต้องอยากเข้าห้องน้ำตอนนี้นะ"โอมคิดก่อนเดินออกไปตามทางเดินเข้าห้องน้ำ ตอนนี้เป็นเวลาดึกแล้ว คราวนี้คงไม่มีอะไรๆๆ
    วูบบบ
    เหอ!
    ไม่มีอะไรๆๆๆ....
    ฟุบบบบ
    ไม่มีแน่ๆ....
    โบร๋ววว....
    เปล่าประโยชน์ๆๆๆๆ....
    พรึ่บ!!!
    "ฟหกด่าสว!!!!!!!!!!!!!!!!!!"โอมตะโกนไม่เป็นภาษาหลังเงาดำปริศนาโผล่ออกมาข้างหน้าเขา!!
    "ไม่อยู่แล้ววว!!!!!"เขารีบวิ่งกลับไปตามทางเดิม จนไปถึงจุดที่ยังมีแสงสว่าง แต่เงานั้นตามเขามาทัน!!
    "เดี๋ยว!!"
    คำพูดนั้นทำให้โอมชะงักและหันกลับมา สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ผีที่น่ากลัว แต่เป็นหญิงสาวลักษณะวัยกลางคน ผมสีชมพูสั้น ชุดกิโมโนสีฟ้า หมวกสีเดียวกัน และผ้าสามเหลี่ยมบนหัวของเธอ และสิ่งที่แตกต่างจากผีที่น่ากลัวคือ ใบหน้าอันงดงามราวเจ้าหญิง แม้แต่ผิวยังเป็นสีชมพูเหมือนมีชีวิต....
    "ซ...ไซเกียวจิ ยูยูโกะ!!?"
    "นี่เธอรู้จักชั้นด้วยเหรอ?"เธอทำหน้าตาค่อนข้างตกใจเล็กน้อย
    "น...นี่มันอะไรกันครับ? ทำไมถึงมียูยูโกะออกมาได้ นี่ ู ฝันอยู่ใช่มั้ย! "เขาสับสนและพยายามดึงหน้าตัวเอง
    "ใจเย็นๆก่อนนะ"ยูยูโกะได้นำมือมาแตะเขาไว้ มือนั้นเย็นเฉียบราวซากศพแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
    ....................................
    "แปลกนะครับ ตกลงเรื่องก็คือว่าอยู่ดีๆคุณก็มาที่นี่เหรอครับ?"โอมที่พายูยูโกะมาคุยในห้องตนได้ถาม
    "ใช่แล้วล่ะ ชั้นยังไม่รู้เลยว่ามาได้ยังไง แล้วโยวมุก็ยังหายไปไหนไม่รู้ด้วย ตอนแรกชั้นคิดว่าเป็นฝีมือยูคาริ แต่ก็ไม่ใช่ แต่ว่ายูคาริก็เคยพูดถึงโลกภายนอกอย่างที่นี่ด้วย ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนเหรอ?"
    โอมได้ทำการตอบไปว่า"ที่นี่คือกรุงเทพ เมืองไทย ปี พ.ศ.2556 ครับ"
    "พ.ศ.2556 นี่มันเมื่อไหร่เหรอ?"
    "เอาเป็นว่านี่คือโลกภายนอกปัจจุบันครับ"โอมตัดบทเพราะไม่รู้ว่าที่เก็นโซเคียวนับเวลายังไง
    ..................
    "ขอบคุณมากนะสำหรับข้อมูล ชั้นคงต้องไปก่อนล่ะ"ยูยูโกะขอบใจและออกไปจากห้อง
    "เฮ้อ...นี่ตูฝันไปแน่ๆ"โอมคิดขณะนอน
    .................
    "แต่พอเห็นเทนชิ ตูเลยวาตูไม่น่าจะฝันแล้วว่ะ"โอมได้ตอบแลนซ์ไป
    "อ่า นั่นสินะ แถมพอดูข่าวแล้วมันดันเกิดเหตุการณ์นี่ทั่วโลกด้วย"แลนซ์ตอบ
    "เฮ้ย ถึงคาบภาษาญี่ปุ่นแล้วเว้ย!"[เซฟ]เพื่อนอีกคนของพวกเขาประกาศ ทุกคนได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะตนอย่างรวดเร็ว
    "ฉิวเฉียด"ปาล์มบอกแลนซ์
    "เอาล่ะ เราจะแนะนำคุณครูคนใหม่มานะคะ"คุณครูคนหนึ่งได้เข้ามาในห้อง และครูคนใหม่ก็เดินเข้ามา แต่ภาพเบื้องหน้าทำให้แลนซ์ โอม และปาล์มช็อกตาตั้ง และเทนชิก็ตกใจเช่นกัน
    "สวัสดีค่ะ คุณครูชื่อ ไซเกียวจิ ยูยูโกะ มาจากเก็นโซ...เอ้ย! ญี่ปุ่นนะคะ จะมาสอนภาษาญี่ปุ่นค่ะ"
    เท่านั้นแลนซ์ที่กำลังดึ่มน้ำขวดก็น้ำแทบพุ่งออกจากปาก!!

  • zeya
    Time/Date : 17:03:29 @ 02/10/2013

    ชื่อตอน : การพบกัน
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : ลิโป้ทอลกิส,ต้นหว้า
    ที่มา : โรลCrossove

    ต้นหว้านั้นนั่งจุดธูปไหว้สถูปของพ่อแม่ต้นที่เสียซีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อหนึ่งปีก่อนเด็กสาวนั้นไม่มีญาติที่ใหนเลยเธอนั้นเลี้ยงดูตัวเองด้วยเงินจากการทำงานพิเศษส่วนเงินมรดกของพ่อและแม่รวมถึงเงินประกันนั้นเธอเก็บเอาไว้เป็นค่าเล่าเรียนและเรื่องต่างๆในอนาคตของเธอ

    "ว้าย!เย็นแล้วเหรอเนี้ย...."ต้นหว้าอุทานเธอนั้นจึงลุกขึ้นไปลาเจ้าอาวาสและออกจากวัดก่อนจะค่ำเพราะหมู่บ้านของเธอมีพวกขี้ยาที่ตอนเย็นจะชอบออกมามั่วสุมเสพยากันอยู่ด้วยเธอจึงเร่งฝีเท้าเพื่อเดินกลับบ้านของตนแต่ทว่า

    "นี่ๆคนสวย.....มาเดินในที่อันตรายแบบนี้น่ะมันไม่ดีนะจ๊ะ....เดี๋ยวพวกพี่จะไปส่งดีมั้ยจ๊ะ"วัยรุ่นท่าทางเมามายด้วยฤิทธิ์ยาประมาณสี่ห้าคนนั้นมาล้อมหน้าล้อมหลังเธอเอาไว้ต้นหว้านั้นมองพวกขี้ยานี้อย่างหวาดๆ

    "อะ...เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ...."ต้นหว้ารีบปฎิเสธพลางจะหนีแต่ถูกพวกขี้ยานั้นล้อมเอาไว้ไม่ให้ไป

    "นี่ๆน้องสาวรับความหวังดีของพวกเราไปเหอะนะ..."หนึ่งในนั้นพูดต้นหว้านั้นผลักคนพวกนั้นออกห่างแล้ววิ่งหนีแต่ก็

    "อีเวรนี่....พูดดีๆแล้วไม่ยอมพวกกูใช่มั้ย....ได้เดี๋ยวพวกกูจะจัดหนักให้"หนึ่งในพวกขี้ยาพูดพลางช่วยกันซุกกระฉากต้นหว้าเข้าพงหญ้าในขณะที่ละอองประหลาดสีรุ้งโปรยปรายลงมาท้องฟ้าก็เกิดสิ่งประหลาดขึ้น

    "เฮ้ย.....ลูกพี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี้ย"หนึ่งในกลุ่มอุทานแต่ท่าทางตัวหัวหน้าที่กำลังนั่งคร่อมต้นหว้าและพยายามปลดกางเกงของตนโดยมีลูกน้องอีกสองคนจับแขนและขาต้นหว้าที่กำลังดิ้นรนสุดกำลัง

    "ปล่อยฉันนะ....ปล่อย"ต้นหว้ากรีดร้องดังลั่นแต่ก็ถูกหัวหน้าของพวกขี้ยาตบจนเลือดกลบปาก

    "เงียบไปเลยอีดอก...เดี๋ยวกูจะพามึงขึ้นสวรรค์เอง"หัวหน้ากลุ่มพูดแต่ลูกน้องที่จับขาและแขนของต้นหว้านั้นกับไม่ได้มองมาที่มันแต่มองไปที่ข้างหลังของหัวหน้าขี้ยาด้วยสีหน้าตกตะลึง

    "เป็นห่าอะไรวะพวกมึงมีอะไรระ....."ตัวหัวหน้านั้นเมื่อหันไปมองข้างหลังก็ต้องซะงักกับง้าวเล่มยาวที่มีเจ้าของเป็นร่างเงาที่มีขนาดใหญ่และน่ากลัวที่จ่อหน้าตนเต็มๆแถมลูกน้องที่ดูต้นทางก็โดนซัดหมอบไปแล้ว พวกที่จับแขนและขาต้นหว้าอยู่นั้นได้สติก็ถึงกับปล่อยต้นหว้าแล้ววิ่งหนีไปทันที

    "นี่พวกมึงทิ้งกูงั้นเหรอไอ้สัตว์..."หัวหน้าขี้ยาตะโกนลั่นแล้วเขาก็รู้สึกถึงความคมของง้าวที่ต้นคอ

    "ปล่อยผู้หญิงคนนั้นซะ"เสียงนั้นพูดอย่างเหี้นมเกรียมหัวหน้าขี้ยาผละจากต้นหว้าแล้ววิ่งเตลิดไปทันที

    "เจ้าไม่เป็นอะไรนะ..."ร่างเงานั้นถามต้นหว้าที่ตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ก็พยักหน้ารับแล้วค่อยๆลุกขึ้นมา

    "มะ....ไม่เป็นไรค่ะท่านลิโป้.."ต้นหว้านั้นตอบแต่เสียงตอบนั้นแทบเป็นเสียงกระซิบเธอรู้จักร่างนั้นลิโป้ทอลกิสจากเอสดีกันดั้ภาคสามก๊กซึ่งเป็นตัวละครที่เธอนั้นชื่นชอบ

    "นี่ทำไมเจ้าถึงรู้ชื่อของข้า...."ลิโป้ทอสกิลคำรามพลางจะพุ่งเข้าไปถามแต่ทว่าร่างของลิโป้กอลกิสก็ทรุดลงกับพื้นต้นหว้ารีบเข้าไปหา

    "ท่านลิโป้..!!!"ต้นหว้าตกใจรีบเข้าไปหาแต่กับถูกลิโป้ทอลกิสผลักออกมา

    "ไม่ต้องยุ่งกับข้า..."ลิโป้ทอลกิสคำรามแต่ต้นหว้ายังดื้อเธอนั้นลงไปนั่งข้างๆลิโป้เหมือนตรวจดูอาการบาดเจ็บ

    "ให้ฉันช่วยท่านเถอะค่ะ...เมื่อกี้ยังไม่ได้ตอบแทนท่านเลย"ต้นหว้าพูดด้วยสายตาจริงจังลิโป้ทอสกิลนั้นจึงต้องยอมเด็กสาว ต้นหว้าจึงช่วยพยุงตัวลโป้ขึ้นและเดินไปได้สักพักเธอก็เห็นมาเซกเซาว์ยืนรอเจ้านายมันอยู่

    "ตามข้ามาเซ็กเซาว์"ลิโป้ทอลกิสออกคำสั่งยอดม้าศึกจึงเดินตามมาจนถึงบ้านต้นหว้าเธอพาลิโป้ทอลกิสเข้ามาพักในบ้านโดยที่ให้เซ็กเซาว์อยู่ข้างนอก

    "........"ลิโป้ทอลกิสนั้นมองต้นหว้าวิ่งวุ่นหาอุปกรณทำแผลมารักษาบาดแผลของตน

    "ขอโทษนะค่ะที่ต้องให้ท่านรอ"ต้นหว้าพูดลิโป้ทอลกิสส่ายหน้าแล้วมองโทรทันศ์ที่กำลังออกข่าวทั้งคู่นั้นหยุดนิ่งตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมด

    "......."ทั้งสองมองหน้ากันลิโป้นั้นเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจึงมองไปที่ต้นหว้าแล้วจึงเล่าเรื่องของตนให้หญิงสาวฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

    "ตอนนี้ข้าถ้าเจ้าไม่ว่าอะไร..ข้าคงต้องอยู่กับเจ้าสักพักแล้วละ"ลิโป้ทอลกิสพูดต้นหว้านั้นเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่เด็กสาวจะพยักหน้ารับ

    "ฉันอยู่คนเดียวอยู่แล้ว...ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะท่านลิโป้"ต้นหว้าตอบลิโป้ทอลกิสนั้นไม่ได้พูดอะไรมองข่าวในโทรทันศ์ด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรแต่ชีวิตของทั้งคู่นั้นจากนี้คงไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม

    -----------------------------------------------------------

    เวลาผ่านมาเกือบครึ่งปีทั้งต้นหว้านั้นถูกลิโป้ทอลกิสทั้งดุทั้งตวาดเด็กสาวเพราะความชุ่มซ่ามของต้นหว้านั้นเองจริงๆลิโป้เอก็ค่อยเอาใจใส่และเป็นห่วงต้นหว้าไม่น้อยเช่นกันลิโป้ทอลกิสนั้นถูกหัวหน้าชุมชนขอร้องให้ช่วยค่อยจัดการพวกตีนแมวและพวกขี้ยาที่อยู่ในชุมชนซึ่งลิโป้ทอลกิสเองก็ไม่ได้อะไรกับหน้าที่นี้

    ในปกติของรุ่งเช้าของทุกวันนั้นลิโป้นั้นควบเซ็กเซาว์ในร่างมอเตอร์ไซคไปส่งต้นหว้าที่มหาลัยดั่งเช่นทุกเช้า

    "เสร็จแล้วโทรหาอนันต์ซะข้าจะได้มารับ"ลิโป้ทอลกิสพูดต้นหว้าพยักหน้ารับแล้วยอดนักรบก็ควบเซ็กเซาว์ออกไปต้นหว้ามองตามจนลับตา

    "ไงต้นหว้า.....สุดที่รักของเธอนี่น่าัรักจังนะ"เสียงๆหนึ่งพูดต้นหว้าหันไปมองแล้วทำหน้านิ่วใส่ทันที

    "จะบ้าเหรอไงแหม่ม...ฉันกับท่านลิโป้ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นสักหน่อย....แล้วก็นะ..."ต้นหว้ามองเพื่อนสาวของตนที่อุ้มอีวุยอยู่

    "อะไรละ..วุยน่ะเด็กดีออก"แหม่มพูดโดยมีเพื่อนสาวของต้นหว้าอีกคนที่ยืนคู่กับลูกะซึ่งทั้งคู่กำลังหัวเราะคิกคักกัน

    "ไม่ตลกนะกิ่ง....เอ้าไปเลยจะต้องนี่ก็จะเข้าคาบของอาจาร์ยมิ่งแล้ว....รีบๆย้ายกันมาเลย"ต้นหว้าพูดพลางเดินสะบัดหน้าไปอย่างงอนๆโดยมีเพื่อนทั้งสองตามง้อ

  • lancenater
    Time/Date : 18:01:19 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง : บีสต์เทมเมอร์และนักเรียนชาย
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : แลนซ์,โอม,ปาล์ม,ซิลิก้า,ยูยูโกะ
    ที่มา : โรลCrossover
    ..........................................
    "ให้ตายสิเฟ้ย ใครจะไปนึกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีครูเป็นยูยูโกะเนี่ย!"โอมพูดหลังจบวิชาภาษาญี่ปุ่น
    "เล่นเอาซะตูช็อกเลย"ปาล์มบอก
    หลังหมดคาบแล้ว ก็ถึงเวลาพัก ทั้งสามรวมทั้งคนอื่นๆก็ได้ไปที่โรงอาหารเช่นกัน คราวนี้แลนซ์ที่กำลังกินจึงได้ถาม"แล้วตกลงแกก็เจอเหมือนกับพวกเราสินะ"
    "ใช่แล้ว"ปาล์มบอกพร้อมกับเริ่มเล่า พวกเพื่อนหลายคนเริ่มหันมาฟัง
    ......................................
    ในช่วงที่โอมเดินกลับหอ ปาล์มนั้นได้เดินกลับหอตนเป็นคนสุดท้าย และเขาก็เห็นในสิ่งที่สองคนก่อนไม่เห็น....
    "น...นั่นมันอะไร!!"ปาล์มมองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น
    "กางเกงในเรืองแสงเอ้ย!!"เซฟที่อยู่แถวๆนั้นถึงกับอุทาน
    ภาพที่คนทั่วเมืองเห็นนั้นคือ แสงสีรุ้งได้สว่างวาบออกมาเต็มท้องฟ้า หลังจากนั้นภาพที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทุกคนตกใจอีกครั้ง ตัวละครจากเกมและการ์ตูนได้ออกมาเต็มเมือง!!
    "เฮ้ย! เฮฟวี่!!"
    "เฮ้ย! เกียบัน!!"
    "เฮ้ย! มาริสะ!!"
    "เฮ้ย! เซเบอร์!!"
    "เฮ้ย! คิไคเดอร์!!"
    "เอ็งรู้จักคิไคเดอร์กับเกียบันด้วยเรอะ!! แก่โคตร!!"
    "เฮ้ย! จูเรนเจอร์!!"
    "เฮ้ย! ดับเบิ้ลโอควอนต้า!!"
    "เฮ้ย! อาเบะ!!"
    "เฮ้ย! บิลลี่!!"
    "เฮ้ย! แวน!!"
    "เฮ้ย! แดนนี่ลี!!"
    "เฮ้ย! ฮาร์ดเกย์!!"
    "อ้ากกกกก อุโฮะ!!!!!"
    "นี่มัน.....บ้าอะไรฟะเนี่ย!!!!!"ปาล์มถึงกับสับสนกับภาพที่เกิดขึ้น แต่ก่อนหน้านั้นเขาหันไปเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอสวมชุดสีแดง มีดสั้น มัดผมสองข้าง และมีมังกรตัวเล็กๆตัวหนึ่งเกาะไหล่เธออยู่
    "ซ......ซิลิก้า!"ปาล์มเห็นภาพนั้นก็รีบวิ่งไปหาทันที เพราะใน [Sword Art Online] นั้น เขาอวยซิลิก้ามาก
    "ว้าย!!"แต่อยู่ดีๆเธอก็สะดุดล้ม และเซอร์เบรัสจาก [Biohazard] ก็เดินเข้ามาหาเธอ
    "เวรแล้ว!!"ปาล์มใช้ข้อดีของร่างเล็กของเขาวิ่งฝ่าคนเข้าไปดึงเธอออกมาและพยายามพาวิ่งหนี แต่ว่ามันกลับไม่ลดละ และ....
    ฝุ่บ!
    กร็อก!!
    "เดี๋ยวชั้นจะล็อกมันไว้แล้วนายหนีไปเลยนะBoy!"บิลลี่ เฮอริงตันได้พุ่งเข้ามาจับหมาตัวนั้นเหวี่ยงออกไปทัน ปาล์มรีบพาเธอวิ่งไปที่หอตนทันที
    "A dog is fine too"บิลลี่เดินไปหาเหล่าหมา
    ...................
    "ข...ขอบคุณค่ะ!"ซิลิก้าได้ทำการขอบคุณปาล์มที่ช่วยตนมา
    "อ๊ะ! แผล!"ปาล์มเห็นแผลที่เธอล้มลงไป จึงรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมารักษา แต่ว่ามันไม่จำเป็น เพราะมังกรของเธอนั้น[พินี่]ได้บินไปรอบๆเธอและแผลเธอก็หายไป
    "จะว่าไป ทำไมเธอถึงออกมาได้ พร้อมทั้ง..."
    "เรื่องนั้น ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ว่าตอนนั้นอยู่ดีๆชั้นก็ถูกดึงมาที่นี่ แล้วชั้นก็เจอใครก็ไม่รู้เต็ม แล้วชั้นก็ถูกพวกนั้นเล่นงาน ต้องขอบคุณมากจริงๆนะคะ ว่าแต่ว่าที่นี่ที่ไหนคะ สภาพชั้นก็เหมือนตอนอยู่ใน [SAO] เลย?"
    ........................................
    หลังจากการอธิบาย การแนะนำตัว และต่างๆ ซิลิก้าก็ได้ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง
    "คงต้องไปแล้วนะคะ ลาก่อนค่ะ"ซิลิก้าทำท่าจะเดินออกไป
    "จะว่าไป อยู่ที่นี่ได้นะ"
    "เอ๋ ไม่ล่ะคะ"
    "เถอะน่า เพราะ..."ปาล์มกระโจนลงไปทับซิลิก้าจนล้มลง
    "ชั้นชอบเธอยังไงล่ะ"
    "คิดจะทำอะไรกันคะ!!"ซิลิก้าตะโกนก่อนหยิบมีดสั้นของตนออกมาจ่อ
    "ชิ ช่างมันเถอะ นั่นชั้นแค่ล้อเล่นน่ะ"ปาล์มลุกขึ้นก่อนเดินกลับไปนั่ง
    "บ้าที่สุด!!!!"ซิลิก้าได้ทำการต่อว่าปาล์มก่อนเดินออกไป
    ...............................
    "ว่าแต่ จะไปอยู่ไหนดีล่ะ"ซิลิก้าตั้งคำถามกับตัวเอง
    "แต่ที่แน่ๆชั้นจะไม่ไปบ้านหมอนั่นแน่ๆ!!"เธอคิดก่อนเดินไปตามทาง
    "เฮะ เฮะ น้องสาว มาเล่นกับพี่กันเปล่า"อยู่ดีๆอันธพาลข้างถนนหลายคนก็เดินออกมาล้อมเธอ
    "ไม่ล่ะค่ะ"เธอปฎิเสธก่อนเดินออกไป
    "อย่าให้ต้องใช้กำลังกันนะเฟ้ย!!"อันธพาลคนหนึ่งกระโจนใส่เธอ แต่ซิลิก้าชักมีดสั้นออกมาฟัน และ
    ฉูด!!!!
    "อ้ากกกกก!! นังเด็กเวร!!"โจรคนนั้นได้ถูกฟันจนเลือดไหลซิบๆเป็นทาง ซิลิก้าเหงื่อตก ตลอดมาในโลกเวอร์ชวล [SAO] เธอต่อสู้คนมาเยอะก็จริง แต่ก็ไม่ได้ฆ่ามาเลย และนี่ก็ต่างจากโลกนั้น มีการเจ็บปวด มีเลือด แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือ....
    ตายจริงๆเหมือนกัน
    "อย่าอยู่เลยแก!!"คนที่ดูเหมือนหัวหน้าพุ่งเข้าใส่
    ป้าบ!!
    ดาบไม้จากซักแห่งถูกฟาดใส่หัวหน้าอันธพาลทันที!!
    "อ..อะไรวะ!!"อีกคนหันไปมอง ภาพที่เขาเห็นคือภาพผู้หญิงผู้งดงามคนหนึ่งสวมชุดกิโมโน ไม่เข้ากับอากาศอันโคตรร้อนของไทย ผมสีชมพู และผ้าคาดหัวสามเหลี่ยม
    "ดีนะทีโยวมุยังสอนวิธีใช้ดาบให้ชั้นมาเหมือนกัน"เธอพูดราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    "ช่างมัน ฆ่าให้หมด!!"ลูกน้องคนหนึ่งชักปืนออกมายิงเธอ แต่กระสุนกลับทะลุผ่านร่างราวไม่มีอะไร!!
    "เรียกนั่นว่า[กระสุน] งั้นเหรอ"ยูยูโกะหันไปมองอย่างดูถูก"ชั้นจะแสดง[กระสุน]ที่แท้จริงเอง"
    อยู่ดีๆเธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า และเธอก็ประกาศชื่อของสเปลการ์ดออกมา
    "亡舞「生者必滅の理 -死蝶-」(ระบำมรณะ「สรรพชีวิตล้วนมีวันดับ -ผีเสื้อมรณะ-」)"
    ....................
    "ส.....สุดยอดเลยค่ะ ทำอย่างนั้นได้ยังไง"ซิลิก้าตะลึงกับความสามารถยูยูโกะเมื่อครู่ เหล่าอันธพาลจอดสนิทไปข้างทาง และตำรวจก็นำตัวพวกนั้นไปเข้าคุก
    "เหรอจ๊ะ มันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับที่นั่นจ๊ะ แต่ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ"
    "จริงด้วยสิ! คุณน้าต้องมาจากโลกอื่นเหมือนกันใช่มั้ยคะ! พอรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ยคะ!"
    "ขอโทษด้วยนะ เรื่องนี้ชั้นก็ยังไม่รู้อะไรเลย แต่ดูเหมือนเธอจะยังหาที่อยู่ไม่ได้เลย อยู่กับชั้นก่อนมั้ย?(เรียกชั้นว่าน้างั้นเหรอ ในที่สุดก็มีคนเรียกชั้นนอกจาก"ป้า"กับ"ท่านยูยูโกะ"แล้วซะที) ว่าแต่เธอชื่ออะไร"
    "ซิลิก้าค่ะ"
    "ไซเกียวจิ ยูยูโกะ"
    ทั้งคู่จับมือกัน โดยไม่สังเกตุว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเห็นโดยปาล์มที่แอบหลังเสาแถวนั้นอยู่
    ..........................................
    "และนั่นล่ะเรื่องทั้งหมด"ปาล์มเล่าอย่างภูมิใจ
    "ไอ้หื่นกาม!!!! สโต๊คเกอร์!!!"ทุกคนตะโกนด่าปาล์ม
    "ทำไมทำอย่างนั้นฟะ!!"
    "เอ็งมันทะลุลิมิตไปแล้ว!!"
    "สติยังดีเปล่าวะ!!"
    "คามิยามะ!! นายนั่นแหละเลวทีสุด!!"
    "เหอ"ทั้งหมดหันไปด้านหลัง และพบคามิยามะและนักเรียนคุโรมาตี้ยึนเถียงกันอยู่
    "......"

  • maid guy
    Time/Date : 19:00:57 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : space warrior ตอน ผลแห่งความแค้น
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : ไทรเด็น (หลัก)เรย์ (รอง)
    ประเภท : ดราม่า/แอคชั่น
    ที่มา : Original+MB

    ในสนามรบกลางทะเลทรายผืนใหญ่ เหล่ายานบินและรถถังที่ลอยอยู่เหนือผ็นทรายกำลังห้ำหั่นกันกลางทะเลทรายเหล่านักรบที่ถอืปืนและโล่ห์นั้นกำลังรุกเข้าใส่กองทัพเอเลี่ยนอย่างไร้ความปราณี

    "รีบบุกเข้าไป"นักรบหญิงคนหนึ่งสั่งการ เธอนั้นสังเกตการรบพร้อมกับหลบกระสูนเหนือรถถังที่ลอยได้"อีกเดี๋ยวเราจะยึดที่มั่นได้"

    ตูม!รถถังที่อยู่ข้างๆกันนั้นได้ระเบิดขึ้นมาพร้อมกับร่างผู้ชายสวมชุดเการะที่หุ้มอกต้นแขนติดโล่ห์พลังงานและขากระเด็นออกมาจากรถถัง เธอนั้นรีบลงไปดูอาการทันที

    "แพทย์สนาม เขาเป็นไงบ้าง"เธอถามแพทย์สนาม แต่เมื่อเห็นชื่อที่เป็นภษาต่างดาวที่แสดงชื่อทหาร เธอเปลี่ยนท่าทีทันที"เร็วๆเข้า"
    "โดนขนาดนี้คงKIAไปแล้ว"
    "จะบ้าหรือไง"เธอผลักตัวหมอและจับเกราะยกขึ้น"หากไม่ฟื้นฉันจะต่อยให้ฟื้นเอง"

    แต่เมื่อเธอต่อย แขนซ้ายของนักรบได้ยกกันและต่อยสวน หญิงสาวหลบทันที
    "กว่าจะลุกขึ้นมาได้นะยะฉันนึกว่านายตายไปแล้ว"
    "ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกเรย์"ชายที่เพิ่งฟื้นนั้นลุกกขึ้นต่อ เราย์จึงรีบพยุงเขาทันที
    "ไทรเด็น พี่แนะนำว่าไปรักษาตัวก่อน"
    "ไม่ต้องท่านพี่"ไทรเด็นเปิดโล่ห์พลังงานแล้วยิงต่อ"หากมัวเอ้อระเหยแล้วจะแกร่งขึ้นได้ไงกัน"และเขาก็รุกหน้าต่อไปเรื่อยๆ
    "เจ้าบ้านี่"เรย์พูดแบบไม่สบอารมณ์ทันที

    ....................................................................................

    หลังจากสนามรบพวกทหารได้กางเต้นท์เพื่อพักเหล่าทหารเรย์ได้ติดต่อไปยังเชสทันที

    "ท่านคะการที่ให้ไทรเด็นมารบแนวหน้าดิฉันคิดว่ามันอันตรายไปนะคะ"
    "ไทรเด็นเขาอยากมาร่วมภารกิจที่นี่เอง"เขากล่าว"ยิ่งที่นั่นขาดคนด้วย"
    "แต่ก็ไม่ควรส่งเจ้าบ้าสงคราม กระหายความแข็งแกร่งและไม่รักชีวิตมาลงที่นี่ก้ได้นี่น่า"
    "ก็หมอนี่เขาอาสาเองและคำสั่งก็ส่งตรงไปยังเบื้องบนแล้วด้วยยกเว้นว่ามีภารกิจที่ระบุถึงตัวเขานั่นแหละจึงจะสามารถถอนออกจากสนามรบได้"
    "ท่านคะ"เรย์เริ่มเดือด"เขาอายุแค่15เองนะคะ ไม่คิดว่าเขาทำภารกิจมากเกินไปหรือเปล่าคะแถมแต่ละอย่างก็อันตรายเกินไป"
    "อันห้ามชความตายมันยังห้ามง่ายกว่าใจคนที่อยากสู้ และเขายังไม่มีคำสั่งพักเลย"
    "ท่านคะ"แค่แล้วสัญญาณก็ขาดหายไป
    "ชิ เจ้าแก่งั่งเอ้ย"
    "ท่านเชสมีอะไรหรือ"ไทรเด็นเดินเข้ามาหาเรย์
    "ไม่มีอะไร แค่คุยเรื่องส่วนตัว"
    "การใช้คลื่นทางทหารเพื่อเรื่องส่วนตัวมันผิด....."
    "เพราะนายนั่นแหละยะ"เรย์พูด"ถามหน่อยเหอะว่านายรู้จักการพักผ่อนบ้างไหม"
    "ผู้ที่พักผ่อนคือผู้ที่ตายเท่านั้น"
    "นายนี่มัน"แต่แล้วก็มีการติดต่อกลับมาอีกครั้ง ทั้งสองพี่น้องนั้นได้ทำความเคารพทันที
    "ไทรเด็นภารกิจใหม่ ไปช่วยเหลือตัวประกันฉันจะส่งพิกัดไปให้"
    "ครับ"เมื่อวางสายไปเรย์ถึงกับบ่นทันที
    "อย่างน้อยนายก็ไม่ต้องเกือบตายเหมือนที่นี่ก็ได้นะ
    "ครับ"

    ....................................................................................

    ภายในยานขนส่งขนาดเล็กที่บรรจุทหารไม่มาก ไทรเด็นนั้นได้ร่วมทีมกับเพื่อนเขาอีอันได้แก่ เฮทที่กำลังทำความสะอาดปืน เทมปราส เวเบอร์ เปอร์เซียและมาร์โก้โดยมาร์โก้ได้ควงดาบเลเซอร์ที่ได้มาใหม่

    "นายนี้ตายยากจริงๆนะshot"เฮททักทันที
    "ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก"
    "แต่ฉันคิดว่านายน่าจะตายห่าไปเสียดีกว่านา"เปอร์เซียเอ่ย"เห็นแกทีไรอายุสั้นทุกที"
    "ว่าไงนะ"
    "ใจเย็นๆหน่อยน่า"เวเบอร์กล่าว"เรานั้นต้องรบกันแล้วการที่เรามาทะเลาะกันมนไม่ดีนะ"
    "แกไม่รู้หรือไงกัน"เปอร์เซียบ่น"พวกทหารระยะไกลกับใกล้มักไม่ถูกกัน ก็นายมาจากครอบครัวบ้านนอกนี่น่าเลยไม่รู้"
    "แต่ว่า"

    ฉับ

    เสียงดาบเลเวอร์ตัดผมด้านหน้าของเปอร์เซียขาดกระเด็นทันที

    "หากนายพูดมากฉันจะฟันนาย"
    "เชอะเพิ่งเลื่อนขั้นมาไม่ได้หมายความว่านายจะเก่งนะ"
    "อยากลองไหมล่ะ"
    "พอกันที"เทมปราสเอ่ย"พี่มาร์โก้ด้วยเราจะไปในสนามรบแล้วนะ"
    "เออก็แค่ไปช่วยตัวประกันจะอะไรนักหนากัน"เปอร์เซียบ่น

    ในการไปรบในครั้งนี้ เปอร์เซียและเฮทคอยเฝ้าจากด้านนอกส่วนไทรเด็น เวเบอร์ เทมปลาสและมาร์โก้เป็นพวกทีมบุก

    "เราจะแบ่งเป็นสองทางนะ"มาร์โก้บอก"ฉันจะมากับไทรเด็นส่วนพวกนายสองคนตามมาแล้วกัน"
    "ครับ"

    แต่เมื่อทั้งหมดเดินทางไปโดยที่ไทรเด็นถือลูกซองพร้อมมาร์โก้เวเบอร์และเทมปลาสเดินตามมา ทั้งคู่แทบไม่เจอกับศัตรูเลย

    "แปลกมาก"ไทรเด็นเอ่ย"ไม่เจอศัตรุเลย"
    "คิดว่าดีหรือไงที่จะได้ฆ่าคนน่ะหา"เปอร์เซียพูดขึ้นมา
    "เอาน่า"มาร์โก้เอ่ย"เดี๋ยวคงได้ต่อสู้กันแล้วแหละ"
    และเมื่อเข้าห้องโถงแล้วทุกคนต่างเล็งที่ประตูในห้องโถงทุกคน ไทรเด็นเจอกับตัวประกันที่ถุกมัดในทันที

    "ไทรเด็นไปแก้มัด"มาร์โก้สั่งไทรเด็นจึงไปช่วยแก้ทันท๊

    แต่ไทรเด็นได้ยินเสียงเหมือนนาฬิกาเลยรีบหนี

    ตูม

    เมื่อฝุ่นจางลงไทรเด็นี่กางโล่ห์พลังงานนั้นรอดจากการถูกระเบิด

    "นี่มันอะไรกัน"เวเบอร์พูดขึ้น
    "แหมๆๆ"หากนายโดนระเบิดไปเสียก่อนคงจะดี"มาร์โก้เอ่ยขึ้น
    "หมายความว่าอะไร"ไทรเด็นเอ่ย
    "ก็หมายความว่า"เขาดีดนิ้วและมีเสียงระเบิดจากภายนอกทันที จุดที่ระเบิดนั้นคือ....

    พวกเฮทที่เฝ้าอยู่ข้างนอกนั้นส่องดูสถานการณ์ เมื่อเขาเห็นสภาพภายในก็เริ่มสงสัย
    "พวกนั้นระเบิดตัวประกันหรือไง"
    "ไม่ใช่ นั่นมันหุ่นกับดักต่างหาก"
    และจุดที่พวกเขาเฝ้าก็เกิดระเบิดทันที

    "จุดที่พวกเฮทเฝ้านี่น่า"ไทรเด็นพูด"แก"
    "ไทรเด็น"เชสติดต่อมา"นี่เป็นภารกิจลวง ไส้ศึกหลอกเพื่อฆ่าเจ้า"

    ปัง

    เสียงปิดประตูโกดังนั้นดังขึ้นมาการสื่อสารขาดหายไปในทันที
    "หึหึหึหลงติดกับจนได้นะ"มาร์โก้ชักดาบเลเซอร์ ไทรเด็นรู้เลยทันทีว่าใครคือไส้ศึก เขาพยายามที่จะยิงใส่แต่พลาดท่าเพราะหมอนั่นหลบได้

    "คดหรือว่าทหารธรรมดาจะฆ่าพวกเราได้น่ะหา แกก็รู้ตัวดีนิ"พวกไทรเด็นนั้นพยายามที่จะยิง แต่ถึงจะช่วยกันยิงก้ไม่โดนเลยแม้แต่น้อย

    "น่าเบื่อ"มาร์คัสตั้งใจจะฟันไทรเด็นที่ตั้งการ์ดแต่กลับเปลี่ยนใจมาแทงเวเบอร์แทน

    "แก"ไทรเด็นตะโกนมาร์โกอาศัยจังหวะนั้นฟันแขนซ้ายของไทรเด็นพร้อมกับเทมปลาสท ไทรเด็นนั้นใช้โล่ห์พลังงานกันไว้

    "แกนี้การตอบสนองไวดีแท้"
    "ข้าต้องฝึกกับพี่น้องของข้าบ่อยๆน่ะสิ"
    "นายใจเย้นอยู่ได้ไงกันทั้งๆที่คนที่ฆ่าแม่ของแกอยู่ต่อหน้าแท้ๆ"
    "นี่แกพูดอะไรออกมากัน"
    "เมื่อสามปีก่อนข้าเนี่ยแหละที่ฆ่าแม่แกเพราะฉันทราบมาจากข้อมูลลับทางทหารว่าแกจะไปที่ไหนข้าจึงแฝงตัวมาเพื่อกำจัดแกในตอนที่แกยังอ่อนแอไง แถมเป็นการฆ่าเชสทางอ้อมด้วยแต่แผนกลับผิดพลาด ฉันเลยต้องมาจัดการกับแกตอนนี้ไง"
    "หนอยแก"ไทรเด็นชักปืนยิง แต่มาร์โก้ใช้จังหวะนี้ฟันแขนของไทรเด็น ไทรเด็นหลบเกือบไม่ทันจึงโดนที่ข้อศอกจนถึงนิวชี้
    "อ้าก"
    "แกนี่น่าเบื่อจริง แค่โดนยั่วนิดหน่อยก็โกรธแล้ว"แต่เขากลับกระตุกในทันทีเพราะผลจากการเร่งความเร็วที่ไม่คุ้นเคย
    "เชอะ"
    "แกตายซะเถอ"ไทรเด็นชักมีดสั้นและพุ่งเข้าแทงทันที

    ฉึก

    ไทรเด็นตกตะลึงเพราะคนที่ถูกแทงกลับเป็นเทมปลาสแทนฃ

    "ทำไม"
    "เขาเป็นพี่ของฉัน"เขาพูดก่อนที่จะกอดไทรเด็น"พี่น้องต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว
    "ดีมากไอ้น้องชาย"เขาพูดก่อนที่จะฟันไปพร้อมกัน

    เคร้ง

    ทวนของเดรโก้นั้นขวางไว้ทัน

    "โชคดีที่มาทันเวลา"เดรโก้เอ่ยเฮทที่เรย์ช่วยแบกขยับปืเลเซอร์เล็งมาด้วย

    "ชิ"มาร์โก้เห็นดังนั้นจึงหลบหนีไปทันที

    "อ้ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"ไทรเด็นตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

  • NAX99
    Time/Date : 19:59:46 @ 02/10/2013

    ชื่อตอน : The Sun of Alive DM : Last Drink
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : ฮาเดล คุโรคาเงะ / มาเชล ดาเนส / กีโอ ดีทรอย์ / อาซาคุนะ กราเซีย / ซึคิมาจิ อายาเนะ
    ที่มา : โรล Might Board / Original

    เหล่านักสู้ได้พยายามหนีออกมาจากจุดอันตรายออกมาได้ไกลพอสมควร สิ่งที่เขาต้องการอย่างมากตอนนี้มี 2 อย่างคือการหลบหนีออกจากที่แห่งนี้ และการช่วยเหลือคุโรคาเงะที่สภาพไม่สู้ดีนัก
    “นี่ คุโรคาเงะ พยายามเข้า! อย่ามาสำออยตรงนี้นะ นายต้องรอดซิ”กีโอซึ่งแบกคุโรคาเงะขึ้นหลังกล่าว
    “ไม่ไหว แผลไม่หายไปเลย การโจมตีนั้นมันอะไร โจมตีเหมือนกระสุนปืนแต่ไม่มีกระสุน แถมการรักษาก็ทำไม่ได้อย่างกับถูกดูดหายไปอย่างนั้นแหละ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวัง….”กราเซียซึ่งวิ่งตามหลังมา และใช้เวทย์รักษาพยาบาลไปด้วยว่า น้ำตาของเธอเริ่มคลอแล้ว
    “มันอยู่ตรงนั้น! จัดการ...”ทหารพูดไม่ทันจบก็โดนมีดบินของอายาเนะปาใส่หน้าจนสิ้นชีวิต ขณะเดียวกันกับที่ดาเนสก็พุ่งนำหน้าไปดูลาดเลา และจัดการกับพวกทหารที่มาคอยขัดคอยขวางพวกเข่า
    “อย่ามาขวางนะเว้ย!!”

    พวกเขาวิ่งหลบหนีไปได้พอสมควร จนกระทั่งคุโรคาเงะเริ่มพูดขึ้นมา
    “ดาเนส….กีโอ….กราเซีย….อายาเนะ….ฉันคงไม่ไหวแล้วล่ะ ทิ้งฉันไปซะ”ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว และหันมากล่าวกับคุโรคาเงะ เขาลงจากหลังของกีโอก่อนจะไปพิงกับกำแพง
    “จะบ้าเรอะ! เราเสียคุณอินเชสไปแล้ว ฉันไม่ยอมเสียนายไปอีกคนแน่”ดาเนสกล่าว
    “แต่ถ้าพวกเธอเอาฉันไปด้วยก็ตัวถ่วงดีๆนี่เอง อีกอย่างดูจากสภาพแล้วฉันคงไปไม่รอดหรอก”
    “อย่าพูดแบบนั้นซิ คุโรคาเงะ พวกเราต้องรอดออกไปด้วยกันซิ!”กราเซียกล่าว”พวกเราไม่ยอมทิ้งเธอไว้แน่ๆ
    “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราจะตายกันหมด ฉันจะเป็นตัวล่อให้พวกเธอหนีออกไปเอง”
    “จะบ้าเรอะ! จะไปตายเนี่ยหนะ!! นี่นายใช้สมองส่วนไหนคิดกัน!”อายาเนะว่า
    “สภาพแบบนี้ไม่นานก็เร็ว ฉันก็ไปไม่รอดหรอกตับและไตของฉันพังไปแล้ว นี่ยังไม่นับแผลที่เส้นเลือดใหญ่อีก2แผลนะ...ทิ้งฉันแล้วไปซะ”
    “ไม่!! ฉันไม่ไป!!”ดาเนสตวาดลั่น
    “ไปซะ!!!”คุโรคาเงะกระชากคอเสื้อดาเนสเข้ามาใกล้ๆ“ดาเนส เธอคือแสงสว่างที่ส่องสว่างท่ามกลางกลียุคนี้ เธอจะมาหยุดส่องแสงเอาลงตรงนี้ไม่ได้!! แค่ก! แค่ก!”
    ดาเนสท่าทางบ่งบอกได้ว่าเธอไม่อยากทำและไม่ต้องการที่จะทำแบบนี้ แต่ว่า….
    “เข้าใจแล้ว”ดาเนสหยิบอาวุธปืนของคุโรคาเงะ ซึ่งเจ้าตัวถือให้ เธอหยิบและกระแทกเข้ากับหน้าอกคุโรคาเงะ เขารับมันเอาไว้ ดาเนสยืนขึ้น และมองไปยังเส้นทางหนีต่อไป
    “ไปกันเถอะ….”
    “ดะ เดี้ยวซิ ดาเนส!”อายาเนะอยากห้าม แต่กีโอมารั้งเอาไว้
    “ต้องเข้าใจนะ อายาเนะ พวกเรานะ…….ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”กีโอกล่าว
    “….ฮึ่ม!”อายาเนะกัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้น
    “คุโรคาเงะ เธอต้องรอดให้ได้นะ! สัญญานะ! ตกลงนะ!”กราเซียกล่าวก่อนจะรีบวิ่งออกมา คุโรคาเงะเพียงแต่ตอบ “อืม” แต่เขาไม่มั่นใจหรอกว่าเขาจะรักษาสัญญานั้นได้นะชาย นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน

    เมื่อจากกันเรียบร้อย คุโรคาเงะฉีกผ้าส่วนหนึ่งของตนออกมาก่อนจะมัดปิดบาดแผลที่เต็มไปทั่วร่างกาย เขาเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆมองเส้นทางที่จะไปซึ่งคนล่ะทางกับดาเนส ก่อนจะเดินออกไปอย่างทุลักทุเลด้วยร่างที่มีเลือดไหลรินออกมาอยู่ตลอดเวลาแม้จะมีการบรรเทาแต่ก็ยังค่อยๆไหลรินออกมาทีล่ะน้อยๆ การเดินแต่ละก้าวท่าจะทรมาณเป็นอยางมาก เขาออกมาจนถึงประตูทางออก เขาเอาตัวเข้ากระแทก และเขาก็พบกับ....
    “เจอแล้ว!! มันอยู่ตรงนั้น!”เหล่าทหารฝั่งศัตร 7-8คน หรือรัฐบาลโลกที่เขาและพวกดาเนสรับใช้มาตลอด บัดนี้กลับตกไปอยู่ในเอื้อมมือของศัตรูอันน่ารังเกียจ
    “อย่ามาขวาง….”คุโรคาเงะว่าก่อนจะหยิบช็อตกันขนาดเล็กขึ้นมา ยิงอัดใส่ไปได้ 3 ครั้ง ตายไป 7 เหลืออีก 1 ก็ กระสุนหมด เขาปาช็อตกันทิ้งใส่หน้าศัตรู ก่อนจะตรงเข้าไปซัดหน้าของศัตรูจนหงายหลัง พลันเข้าก็เห็นศัตรูส่องสไนเปอร์จะยิงจากตึกตรงข้าม grapping hook ในมือซ้ายยังใช้ได้อยู่ เขาเลยยิงมันออกมา มันพุ่งตรงเข้าไปหาสไนเปอร์อย่างแม่นยำก่อนจะจับตัวเขา คุโรคาเงะดึงร่างของมัน มันเลยตกลงมาจากตึก และพุ่งตกลงมาตายบนพื้น
    ตรงหน้าเขาคือโกดังต่างๆที่ใช้เก็บสรรพาวุธ ยุทธากรณ์ เสบียงทั้งหลายของกองทัพ มันถูกจัดเก็บเป็น 4 เขตพื้นที่ใหญ่เพื่อรองรับจำนวนอันมากมายของสิ่งของเหล่านั้น พื้นที่บริเวณนี้คือเขตM2 ซึ่งเป็นเขตที่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของเมืองหลวงใหญ่แห่งนี้
    “ทางนี้….คือทางไปคลังสเบียงซินะ”เขากล่าวก่อนจะงัดปืนกลมือuziออกมา และพุ่งตรงไปทางนั้นอย่างคุ้นเคย นั้นก็เพราะที่นี่เคยเป็นที่ของเขามาก่อนจนกระทั่งวันนี้ เสียงฝีเท้าเริ่มกระหน่ำ พวกทหารเริ่มกระชั้นชิด แถมจำนวนก็มากขึ้นเรื่อยๆ คุโรคาเงะพยายามเอาตัวเข้าชิดกับผนังของตัวโกดัง และเริ่มไถลตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆ

    “มัวทำอะไรอยู่!! กะอีแค่หมาใกล้ตายตัวหนึ่ง! พวกแกยังไม่มีปัญญาจะจัดการเลยเหรอ!!”เสียงจากเครื่องกระจายเสียงดังขึ้น เสียงผู้หญิงอันคุ้นเคยและน่ารังเกียจ เซซินี่
    “เดี้ยวจะให้รู้ ว่าหมาใกล้ตาย…มันกัดแรงขนาดไหน!”คุโรคาเงะว่าก่อนออกมาจากผนังและสาดกระสุนuzi ใส่พวกกลุ่มทหารที่โผล่มาอีกกลุ่มหนึ่ง จนเกือบหมด ก่อนจะดึงตัวศพทหารด้วย grapping hook เพื่อมาบังกระสุน และอาศัยจังหวะนั้นเปลี่ยนกระสุนและสาดใส่ เขาไม่หยุดเดินหน้าต่อไป แม้จะช้า แต่ก็ค่อยๆไปยังที่ๆเขาต้องไป โยนศพปาใสกลุ่มทหารก่อนจะตามมาด้วยระเบิดมืออีกอันหนึ่ง
    คุโรค่าเงะยังเดินหน้าต่อไป อีกอย่างก็เพื่อเก็บแรงบางอย่างด้วย กระสุนปืรuziหมดแล้ว และเขาก็หยิบปืนอีเกิ้ล.38ออกมาทั้ง2กระบอกและยิงใส่พวกกลุ่มทหารอย่างแม่นยำจับวาง เพราะมันเข้าหัวทุกนัด เสียงรถเริ่มมา รถติดตั้งปืนกลหนักเริ่มเข้าใกล้ คุโรคาเงะรีบหยิบศพมากันเพื่อกันเอาไว้ก่อน
    เมื่อกระสุนถูกยิงกวาดจากรถปืนกลหนัก คุโรคาเงะอาศัยจังหวะก่อนทหารจะยิง ใช้ grapping hook ยิงเข้าไปดึงออกมาจากตัวป้อม และยิงร่างของทหารรายนั้นกลางอากาศ พร้อมกับยิงคนขับด้วย เขาขึ้นไปขับรถนั้นและพุ่งไปยังเป้าหมายของเขา เขาต้องรีบไปก่อนพวกทหารจะมากันมากกว่านี้
    “มันกำลังเข้าไปในคลังเสบียง! รีบขัดขวางมันเร็วเข้า!”เสียงทหารรายหนึ่ง
    ถึงตรงนี้เขาเข้าใกล้โกดังพอสมควรแล้ว คุโรคาเงะจัดการจอดรถกลางหน้าประตูโกดังที่เปิดกว้าง เปิดรูเติมน้ำมันของรถ และรีบวิ่งเข้าไปในโกดังอย่างทุลักทุเล พร้อมกับยิงไปที่รูน้ำมันจนเกิดการระเบิดขึ้นมา มันน่าจะพอถ่วงเวลาได้ เวลาที่เขาจะไปกดสวิตซ์ปิดตัวโกดังแห่งนี้ แต่แค่รถอย่างเดียงคงไม่พอ เขาจึงจัดการ ปาระเบิดมือดักเอาไว้เช่นกัน และหากยังมีคนเล็ดลอดออกมาได้ปืนอีเกิ้ลในมือของเขาก็พร้อมที่จะเป่าหัวของมัน
    เขารีบวิ่งตรงไปและสับสวิตซ์ของโกดังลง ประตูโกดังเริ่มปิดลงอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูงไม่ว่าจะเป็นประตูใหญ่เพื่อใช้ขนย้ายสิ่งของ หรือประตูเล็กที่ให้ผู้คนเดินเข้ามาก็ถูกปิดตัวลงแทบทั้งหมด เดิมทีนี่เป็นระบบเพื่อกันการบุกปล้น ลักลอบขโมยทรัพยากรของกองทัพจากผู้ไม่หวังดี บัดนี้มันคือระบบที่ขังตัวของเขา

    “เอาล่ะ คงพอถ่วงเวลาได้ซักพัก!”คุโรคาเงะว่าพลางล้มตัวหลังจากสับสวิตซ์ลงได้ แต่เวลาพักไม่มากพอ เขาเลยลุกขึ้น และเริ่มทำในสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างสุดท้าย เพื่อดัดหลังพวกรัฐบาลโลก
    เขาตรงไปที่โซนๆหนึ่ง มันเป็นโซนของเครื่องดื่มของมึนเมาหรือพูดง่ายๆก็คือเหล้านั้นเอง เขาจ้องมองดูจำนวนอันมากมายของมันซักพัก
    “มีพอจะเปิดบาร์ใหญ่บาร์หนึ่งได้เลยนะเนี่ย”คุโรคาเงะว่า ก่อนจะเริ่มหยิบลังเหล้าออกมาเพิ่อเตรียมการ

    “บ้าเอ่ย! ประตูถูกล็อกด้วยระบบรักษาความปลอดภัยหมดเลย!”เสียงทหารดังขึ้นจากข้างนอกและเริ่มค่อยๆดังมากขึ้นจากจำนวนที่เริ่มมากัน
    “รีบไปเอารถหัวสว่านมา!!”
    เคร้ง!! เพล้งๆๆ!!
    “แค่ก แค่ก!”คุโรคาเงะเริ่มเดินอย่างเหนื่อยหอบ เขาเริ่มเดินเซ เริ่มเวียนหัว หน้ามืดจนถึงกับทำให้ลังเหล้าในมือที่เตรียมไว้กระทำการบางอย่างหล่นแตกออกมา และนองระเนระนาดไปทั่ว เวลาของเขาใกล้จะหมดแล้ว แต่การเตรียมการก็ใกล้เสร็จแล้ว เหลือเพียงเล็กน้อย

    “รถหัวสว่านมาแล้ว!”
    “เจาะเข้าไปเลย!!”
    “เอาล่ะ ทีนี้ก็เสร็จเรียบร้อย”คุโรคาเงะว่า ก่อนจะหยิบขวดเหล้าและแก้วน้ำซึ่งวางอยู่แถวนั้นมา และตรงไปที่พื้นผนังมุมหนึ่ง และเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
    “ว่าไง ตาแก่ มารอรับฉันงั้นเหรอ?”คุโรคาเงะว่าขณะเอนตัวพิงกับผนัง เขาเริ่มเห็นภาพหลอนสีฟ้าๆรางๆเป็นชายวัยกลางคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายคุโรคาเงะพอควร
    “เหอะ ไม่ตอบเหรอ? ก็นะตามนิสัย แกชอบไม่พูดอะไรให้ฉันฟังอยู่แล้วนี่”ชายหนุ่มกล่าว
    “.......สุขมั้ย?”ร่างที่น่าจะเป็นภาพหลอนกล่าว
    “ตอบยากแฮะ เพราะเรื่องราวที่ฉันเจอมามีทั้งสุข เศร้า แค้น เบื่อ และอีกหลายๆอย่างอ่ะนะ ไอ้ของแบบนี้น่ะไม่มีหรอกความสุขนะ”
    “.....แล้วแบบนี้ มันจะไปต่างอะไรกับตอนก่อนเธอจะมาเข้ากลุ่มล่ะ?”
    “ต่างซิต่างมากด้วย......เพราะกลุ่มนั้นได้มอบความหมายในการมีชีวิตให้กับฉัน... มันทำให้ฉันได้สนุกกับการมีชีวิต ไม่ใช่ทหารรับจ้างที่เหมือนกับเครื่องจักรที่ดีแต่โดนสั่งให้ไปฆ่าคนเหมือนเมื่อก่อน มันทำให้ฉันมีอารมณ์ต่างๆอย่างที่ฉันกล่าวไปก่อนหน้านี้และฉันก็ได้ร่วมมีอารมณ์พร้อมกับพวกเขา มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตนมีคุณค่าที่เกิดมาที่แห่งนี้ และอีกอย่าง...”

    [เป็นหมาป่าเดียวดายเหรอ? อย่ามาพูดให้ขำไปหน่อยเลย ไม่มีใครในโลกที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียวได้ตลอดไปหรอก นายอยากเฉาตายรึไงล่ะนั้นนะ]
    [เอ่อ! ฉันไม่มีหรอกไอ้พลังเวอร์ๆ หรือเทคโนโลยีล้ำๆอะไรนั้นที่แกพล่ามออกมา แต่ที่รู้ๆฉันมีหมัดและดาบที่เตรียมจะซัดแกให้หายไปได้นะ!!]
    [ไอ้คนที่มาดูถูกชีวิตและความรู้สึกของคนอย่างแก ฉันไม่มีวันให้อภัยให้เด็ดขาด!!]
    ภาพเก่าๆที่คุโรคาเงะนึกถึงผู้นำของเขาเริ่มเข้ามาในหัว
    “.....งั้นฉันไปรอที่โลกนู้นก่อนนะ”
    “อ่า ไปก่อนเลย เจ้าพ่อบ้า ฉันมีเรื่องจะเล่าเป็นสิบๆเป็นกับแกล้มเหล้าของแกได้ดีเลย”คุโรคาเงะว่า ภาพหลอนหรืออาจไม่ใช่ได้หายไป เหลือเพียงเขาเพียงคนเดียว เมื่อทุกอย่างได้เงียบลงนั้น....
    “ถึงจะไม่รู้ว่าต้นสาย ปลายเหตุว่ายัยนั้นจะเป็นใครมาก่อน แต่ว่าก็ต้องขอบคุณยัยนั้นมากอ่ะนะ ที่มอบช่วงเวลาที่สนุกสุดๆและมีชีวิตชีวาแบบนี้”คุโรคาเงะว่าก่อนจะเอาขวดเหล้าขวดหนึ่งมารินใส่แก้ว เมื่อรินเสร็จเขาชูแก้วขึ้นมา
    “ดาเนส แก้วนี้ฉันดื่มให้เธอ….และความหวังที่จะส่งต่อไป…..”ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะหยิบแก้วที่รินเหล้านั้นมาดื่ม…….

    ตูม!!
    ประตูโกดังถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงด้วยฝีมือของรถหัวสว่านของกองกำลังทหาร ประตูถูกแง้มและเหล่าทหารก็ทยอยกันเข้ามา จำนวนที่มากันมากมายเหมือนเพื่อคอยกันท่าเพื่อสถานการณ์ที่อาจเกิดเหตุไม่ดีขึ้นทุกเวลา พวกเขามองพื้นโกดัง และข้าวของต่างๆที่กระจัดกระจายกันออกไป กลิ่นคาวแฮกลอกฮฮล์ของเหล้าแตะจมูกของเหล่าทหารทุกนาย แต่ที่สะดุดตาสุดคือหยดรอยเลือดที่กระจายกันไปคนล่ะทาง 2 ทาง
    “พวกนายไปทางนั้น เราไปสำรวจทางนี้”
    “รับทราบ”และพวกทหารก็กระจายกำลังกันค้นหาศัตรูกันออกไป นั้นก็เพราะตัวโกดังก็กว้างพอควร แถมยังมีวสิ่งของระเกะระกะขัดขวางไปทั่วอีกด้วย
    “ทางนี้ เครียร์!”
    “ทางนี้ก็เครียร์!”
    “ทางนั้นล่ะ”
    “เจอแล้ว! เจอหมอนั้นแล้ว!!”ทหารรายหนึ่งกล่าว และพวกกลุ่มทหารก็ออมากันยังจุดที่พบเขา ในสภาพ.....
    “ตะ ตายแล้วนี่หว่า”คุโรคาเงะตายในสภาพที่ตัวเอนพิงกับพื้น หน้าก้มหน้าลง ในมือซ้ายยังถือแก้วเหล้าที่เหลือเพียงเล็กน้อย ส่วนมือขวานั้นปล่อยวางสบาย ท่าทางของเขาเหมือนแค่เผลอหลับไปเท่านั้น

    เหล่าทหารได้รายงานสภาพศพและสถานที่ที่พบศพของคุโรคาเงะแก่เซซินี่ เพื่อให้หัวหน้าของเขาสั่งการต่อไปว่าจะจัดการยังไงต่อไป
    “หึหึหึหึ ดีมาก! เอาศพของหมอนั้นมาให้ฉันซะ! ฉันจะจัดการดัดแปลงศพมันเอาให้พวกนั้นหน้าหงอไปเลย!!”
    “รับทราบ! เหอะ ถึงจะเป็นวีรบุรุษขนาดไหน สุดท้ายก็แค่คนธรรมดาล่ะหว่า”ทหารเหล่านั้นว่าก่อนจะเริ่มเตรียมการขนย้ายศพ
    “พบเจ้าหมอนั้นแล้วรึ”ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดกับเซซินี่ ในมือถือแก้วไวน์อย่างสบายใจ
    “ใช่ กลายเป็นผีขี้เมา สิงอยู่ในคลังเสบียงเรียบร้อย พวกแมลงก็ทำอะไรได้สมกับเป็นแมลงดีจริงๆ”
    “อะไรนะ ที่คลังเสบียงงั้นเหรอ”สิ่งที่เขาได้ยิน ถึงกับทำให้แก้วไวน์ในมือเขาหล่นออกจากมือ
    “ใช่! สงสัยคงอยากจะหาดื่มเหล้าเป็นครั้งสุดท้ายล่ะมั้ง ช่างสรรหาที่ตายได้ดีจริงๆ ฮะ ฮะ ฮะ”หญิงสาวหัวเราะอย่างสะใจ
    “นี่ให้ฉันทาย ตอนนี้ที่โกดังนั้น....มีเหล้าแตกกระจัดกระจายไปทั่วเลยใช่มั้ย?”
    “ใช่ แล้วทำไม...อ่ะ!?”หญิงสาวรู้ทันทีว่านั้นสื่อถึงอะไร
    “ยัยโง่! ที่นั้นมองอีกแง่ก็คือแหล่งเชื้อเพลิงชั้นดีเลย! อีกอย่างที่นั้นมันเก็บใกล้กับคลังอาวุธเลยไม่ใช่เหรอ!! ทหาร!! อย่าแตะร่างของหมอนั้นเด็ดขาด!!”
    “เอ๊ะ?”
    ชายหนุ่มว่าก่อนรีบคว้าวิทยุจากหญิงสาวมาตะคอกใส่ แต่ไม่ทันการซะแล้ว เหล่าทหารเริ่มแตะต้องร่างอันไร้วิญญาณของคุโรคาเงะ พลันก็มีอะไรบางอย่างหลุดออกมาคล้ายกับสลักระเบิด
    ซิ้ง! ตูม!!!
    “อ้าคคคคคคคคคคค!!”
    “ว้าคคคคคคคคคคค!!”
    “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!”
    “ไหม้แล้ว!! ไหม้แล้ว!!
    พรึ่บ!!
    เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น เหล้าถือเป็นตัวติดไฟชั้นดี ที่คุโรคาเงะตั้งใจให้เหล้าระเลงระนาดพื้นเพื่อให้ไฟและตัวเชื้อระเบิดกระจายมากขึ้น หนำซ้ำแรงระเบิดนั้นเหมือนไปลั่นกลไกบางอย่างที่เขาตั้งเอาไว้ ขวดเหล้ากระเด็นออกมาจากช่องหน้าต่างรอบทิศทางของโกดัง ก่อนจะละเลงราดบนร่างของพวกทหาร รวมไปถึงรถยนต์ต่างๆที่ล้อมรอบตัวโกดังเอาไว้ ไฟจากโกดังลุกลามมาเร็วมากจากแอกลอฮฮล์ในอากาศและตรงพุ่งเข้าไปเผาร่างของเหล่าทหารที่อยู่ด้านนอกและทำให้เกิดการระเบิดเกิดขึ้นจากรถยนตร์และเผาร่างของเหล่าทหารทั้งเป็น แต่ว่านี่คงไม่เท่ากับกลไกสุดท้ายที่คุโรคาเงะเตรียมเอาไว้
    ปัง!
    กระสุนปืนจากไรเฟิลประจำตัวของคุโรคาเงะถูกยิงออกมา กระสุนนั้นเป็นกระสุนเพียงนัดเดียว แต่มันได้พุ่งทะลวงผ่านจากตัวโกดังหนึ่งไปยังอีกโกดังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4 ช่วงตึก มันถูกยิงออกไปอย่างแม่นยำ และพุ่งตกลงไป.....ในกองดินปืน
    ใช่แล้ว โกดังนี้คือคลังอาวุธนั้นเอง ซึ่งน่าจะมีดินปืนเพื่อใช้ในการทำระเบิดพอสมควรเพราะฉะนั้นจึงการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมาจากโกดังแห่งนั้น มันได้สร้างความวุ่นวายโกลาหลและความพินาศให้แก่ทหารของกองทัพโลกเป็นอย่างมาก
    “บัดซบ!!”ชายหนุ่มขว้างวิทยุทิ้งอย่างไม่ใยดี “เป็นยังไงล่ะ! ไอ้นิสัยเอาศพชาวบ้านมาขู่คนนะ ทำชิบหายจนได้ เห็นมั้ย!”ว่าแล้ว เขาก็เดินออกไป
    หญิงสาวที่ถูกด่าและเสียรู้ตน กัดเล็บอย่างเจ็บแค้น”กรอด! ไอ้พวกเวรเอ่ย!”

    การระเบิดนั้นสามารถเห็นได้จากระยะไกล พวกดาเนสได้หลบหนีออกมาจากเมือง จนสามารถขึ้นมาบนเนินเขามาได้ แต่นั้นเท่ากับว่าพวกเขาสามารถเห็นการระเบิดและกองเพลิงนั้นได้ชัด
    “คุโรคาเงะ!! คุโรคาเงะ! ไม่นะ! คุโรคาเงะ!! ไม่!!”กราเซียเมื่อเห็นระเบิดนั้น แทบจะสติแตก เพื่อนที่เธอร่วมทุกข์ร่วมสุข ต่อสู้ด้วยกันมาตลอด บัดนี้ได้ถูกระเบิดและจมอยู่ในกองเพลิงไปแล้ว กีโอต้องมารั้งห้ามเธอเอาไว้
    “พอเถอะ กราเซีย! หมอนั้นนะ….! หมอนั้น….ทำเพื่อช่วยพวกเราออกมานะ!”กีโอว่า เขาเองก็ไม่ต่างจากกราเซียมากนัก
    “แต่ว่า อ้า ฮือ ฮือ ฮือ”กราเซียทรุดลงร้องไห้กับพื้น”คราวแรกก็พี่ริวเซีย ต่อมาก็พี่โยชิทากะ คุณอินเชส แล้วก็คุโรคาเงะ ทำไมกัน….!”
    “ไอ้เจ้าเงาดำบ้าเอ่ย! แล้วใครจะมาเป็นเพื่อนดื่มกับฉันอีกเล่า!! โธ่เว้ย!”อายาเนะกล่าวพร้อมกับทุบพื้นอย่างเจ็บแค้นและเสียใจ ดาเนสที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอด เริ่มพูดในสิ่งที่อัดอั้นมานาน
    “…..เจ็บใจนัก! เจ็บใจนัก!!! คุโรคาเงะ!!”

    วันที่ 18 เดือนเบริดไฟน์ ปี TC 2134
    ณ กรุงไทม์ซิส เมืองหลวงใหญ่ของโลก เขตทรัพยากรกองทัพ M2
    กลุ่ม The Sun of Alive ได้สูญเสียพรรคพวกคนสำคัญของพวกเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
    ร้อยเอกฮาเดล คุโรคาเงะ ฉายาเล็บเหยี่ยว ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 24 ปี

  • maid guy
    Time/Date : 21:00:04 @ 02/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน :
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : ครู ยูคาริ
    ประเภท : โรมานซ์(มั้ง(
    ที่มา : โรลCrossover

    เพลงเปิด

    รถแฟนท่อมนั้นได้เดินขับผ่านบนถนนทางหลวงสายหนึ่งในกลางป่าเขา ชายรางอ้วนใส่ชุดข้าราชการครูกำลังฟังเพลงพร้อมฮัมเพลงไปด้วยในตัวด้วยจิตใจร่าเริงโดยหูฟังนั้นสอดในหมวกกันน็อคสีดำสนิท

    "อืมฟังเพลงก็สนุกดีระหว่างกลับจากที่ทำงาน เอาไว้กลับมาถึงเราก้นอนกอดหมอนข้างเจ๊ยูคาริแก้เซ็งดีกว่า พูดแล้วคิดถึง"เขาบ่นพึมพำ"ถ้าเจอแบบว่าเจ้าGapเปิดประตูมิติแล้วเราหลุดเข้าไปในนั่นจะดีกว่ามั้ง"

    แต่ไม่ทันไรก็เกิดมิติที่แหวกออกมาเขานั้นขับรถพุ่งเข้าไปในประตูมิติที่มีดวงตารายล้อมอย่างไม่รู้ตัว เขายังสังเกตทันว่าที่ประตูมีโบว์ผูกไว้ด้วย

    "นี่มันอะไรกันเนี่ย"เขาตะโกนลั่นพร้อมเบรกทันที
    "ก็เห็นเจ้าต้องการแบบนี้มิใช่หรือไง"เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูแล้วช่างประทับจิตหากเขาไม่เจอกับตัวเมื่อหันกลับไปเขาพบกับผู้หญิงที่ใส่ชุดกระโปรงสีม่วงเข้มโดยชุดของเจ้าหล่อนนั้นได้โชว์หน้าอกอันใหญ่กว่าสาวทั่วไป เธอนั้นมีผมสีทองที่เข้ากับใบหน้าและสวมหมวกทรงกลมที่มีโบว์ประดับด้วย มือของเธอที่สวมถุงมือยาวถึงข้อศอกถือร่มสีชมพูด้วย

    "อยากจะแนะนำตัวหรอกแต่เธอคงรู้แล้วว่าฉันคือใคร"
    "แหงสิ ท่านคือยาคุโมะ ยูคาริ ผู้ที่ปกป้องเขตแดนแห่งเก็นโซเคียวยังไงละครับ"เขาลงรถพร้อมถอดหมวกและใส่แว่นทันที
    "ทำไมท่านมายังที่นี่ได้ ผมนึกว่าท่านมีเฉพาะในจินตนาการของผู้คนเสียอีก"
    "จินตนาการกับความเป็นจิงล้วนมีเขตแดนเหมือนกัน โดยเฉพาะฉันเป็นผู้ที่ควบคุมเขตแดนอยู่ด้วย"
    "แล้วท่านต้องการอะไร"
    "เราจะอาศัยในโลกมนุษย์สักพัก ดังนั้นข้าจึงเลือกเจ้าที่มีความรักใครต่อเรา"
    "ครับ"

    ....................................................................................
    นั่นเป็นเรื่องราวเมื่อครึ่งปีก่อนของครู ซึ่งได้ย้ายมาสอนในกรุงเทพในปัจุบัน เขาได้ย้ายมาสอนในห้องคิงส์โดยที่ยูคารินั้นได้อาศัยในหอพักของเขาตอนแรกเขาก้เดือดร้อนเรื่องเงินแต่เหมือนเธอจะหารายได้มาช่วยเขาในตอนนี้เขาเลยรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตข้าวใหม่ปลามันเลยก็ว่าได้

    "นึกถึงตอนนั้นเลยนะที่ไปเดินที่อากิบะเลยแบบนี้ไม่ต้องเสียเงินนั่งเครื่องเลย"และเขาก้าวเข้าไปสอนในห้องคิงส์เป็นครั้งแรก

    เขาตกใจทันทีเมื่อเจอเท็นชินั่งเรียนด้วยกันกับคนอื่น

    "หวังว่าคงไม่เจอยูยูโกะหรอกนะ"

  • zeya
    Time/Date : 21:33:47 @ 02/10/2013

    ชื่อตอน : God and Devil
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : เซโก้,ลูซิแอล

    ที่มา : โรลFight Board/โรลMyth Board

    สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งที่ทำการวิจัยที่ผิดต่อศีลธรรมและกฎหมายเหล่านักวิจัยจำนวนมากกำลังล้อมกรงขังสองกรงที่มีสัตว์สองตัวถูกขังไว้กรงละตัว กรงแรกนั้นเป็นมังกรตวสีดำและน้ำเงินเข้มดวงตาสีแดงราวกับเลือดอีกกรงเป็นหมาป่าสีน้ำตาลดวงตาสีฟ้าทั้งสองนั้นถูกผ่าตัดดัดแปลงอย่างหนักพวกมันทั้งสองมองเหล่านักวิจัยพวกนั้นด้วยสายตาชิงชังโดยมีนักวิจัยที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านั้นมองทั้งสองด้วยสายตาพึงพอใจ

    "ลูซิแอลได้ตามมาตรฐานที่ท่านตั้งไว้ครับ"นักวิจัยที่ยืนอยู่ที่หน้ากรงมังกรรายงาน

    "เซโก้ได้ตามมาตรเช่นกันครับท่าน"นักวิจัยที่อยู่หน้ากรงหมาป่ารายงานหัวหน้านักวิจัยยิ้มเหี้ยมแล้วเดินไประหว่างกรงทั้งสองตัว

    "พวกแกน่ะจะได้เกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษสุดๆแล้วทั้งแกและช่าย...แกก็ด้วยจงภูมิใจเถอะ"หัวหน้านักวิจัยพูดเซโก้นั้นคำรามลูซิแอลขู่ฟ่อเหล่านักวิจัยหัวเราะเมื่อปลอกคอที่เอาไว้ควบคุมเริ่มทำร้ายมันทั้งสองแล้วเหล่านักวิจัยก็เดินจากไปเหลือไว้เพียงชามอาหารเน่าส่งกลิ่นบูดไว้ในกรง

    "ไอ้ภวกระยำ......มิราล่า....ข้าขอโทษ"ลูชิแอลคำรามมันใช้หางของมันฟาดใส่ชามอาหารอย่่างเดือดดาลเซโก้นอนหมอบเหมือนพยายามหลับตาลงพวกมันทั้งสองกับเหล่าสัตว์ต่างๆที่ถูกนำมาจากป่านั้นถูกจับมาดัดแปลงและให้สู้กันจนในที่สุดก็เหลือเพียงพวกมันสองตัวเพื่อที่จะสร้างให้มันสองตัวนั้นเป็นไปตามที่พวกนักวิจัยต้องการ

    "ไอ้ระยำพวกนั้นมันคิดจะทำอะไรกันแน่นะ...ถึงได้ทำกับพวกเราแบบนี้"ลูซิแอลถามเซโก้ถอนหายใจพลางส่ายหน้ามองลูซิแอลที่อยู่กรงข้างๆตน

    "ฉันเองก็ไม่รู้ลูซิลรู้แต่เพียงว่ามันคิดจะให้เราเป็นอะไรสักอย่าง....ที่สำหรับมันแล้วทรงอำนาจอย่างมหาศาลเลยละ"เซโก้พูดมันนอนลงแล้วนอนหมอบอยู่อย่างนั้นดวงตาสีฟ้ายังมองไปยังมังกรกรงข้างๆ

    "เสียใจด้วยนะเรื่องมิราล่า...ลูซิล"เซโก้พูดลูซิแอลถอนหายใจออกมาดวงตาสีแดงฉานนั้นมีแต่ความเศร้า

    "มันไม่ใช่ความผิดของข้า ไม่ใช่ความผิดของเจ้าและก็ไม่ใช่ความผิดของมิราล่าด้วย.....แต่ผิดที่พวกมัน"ลูซิแอลคำรามด้วยความแค้นเซโก้มองมังกรตรงหน้าด้วยสายตาที่เข้าใจถึงความสูญเสีย

    หลายเดือนต่อมาทั้งลูซิแอลและเซโก้และลูซิแอลนั้นถูกพวกเศรษฐีบ้าอำนาจคนแล้วคนเล่าซื้อตัวพวกมันเพื่อเอาไปเป็นอาวุธมีชีวิตเพื่อสร้างสังครามและตอนนี้เองที่เซโก้นั้นเห็นแล้วว่าลูซิแอลได้เปลี่ยนไป

    "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก"เสียงโหยหวนดังลั่นจนเซโก้สะดุ้งมันเป็นบริเวณที่ลูซิแอลถูกส่งไป

    "ลูซิล..."เซโก้นั้นรีบพุ่งไปเพราะความเป็นห่วงเพื่อนรักแต่สิ่งที่ได้เห็นคือ

    "ลูซิล....นี่แก"เซโก้ตกตะลึงเมื่อเห็นกองเศษก้อนเนื้อที่เคยมนุษย์กระจัดกระจายไปทั่วที่ๆลูซิแอลอยู่มังกรตรงหน้ามันหัวเราะอย่างบ้าลั่งท่ามกลางเหล่าทหารของคนที่จ้างเหล่านักวิจัยที่เป็นแนวหลังต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

    "ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"เสียงของลูซิแอลที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งและกำลังจะหันเข้าหาพวกทหารที่มากับมันด้วยแววตากระหายเลือดเซโก้รู้ดีว่าเพื่อนรักของมันกำลังจะทำอะำไร

    "ลูซิลหยุดนะโว้ย!!!!!"เซโก้คำรามมันใช้พลังธาตุน้ำแข็งซัดเข้าใส่เพื่อนรักจนสลบพวกทหารที่รอดตายนั้นมองมันอยู่พักนึงแล้วต่างถอนกำลังจากที่ๆลูซิแอลนั้นนอนไม่ได้สติจนมาถึงสถาบัน

    "ลูซิแอลมีข้อบกพร่องกันเหรอ.....ไม่สิมันกำลังเข้าใกล้สิ่งที่เราค้นหาเข้าไปทุกทีแล้ว...เซโก้ละ"หัวหน้านักวิจัยถามนักวิจัยอีกคนจึงส่งรายงานของเซโก้ให้อ่าน

    "โอ้..สมแล้วๆทั้งๆที่เป็นสัตว์ธรรมดาแต่มันก็รอดมาได้จากแบทเทิลรอยัลนรกนั้น....ไม่ผิดแน่....พวกเราใกล้เข้าถึงสิ่งนั้นเข้าไปทุกทีเเล้ว"หัวหน้านักวิจัยหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจกับรายงานการเปลี่ยนแปลงของอาวุธมีซีวิตทั้งสอง

    ณ ที่กรงที่ทั้งสองถูกขังนั้น

    "ลูซิลนายเป็นอะไรของนายถึงได้ทำแบบนั้น"เซโก้ถามลูซิแอลมองเซโก้ด้วยสายตาโกรธเคือง

    "ฉันต่างหากที่ควรจะถามแกเซโก้....แกจะปกป้องพวกมันทำไมไอ้พวกกระจอกพวกนั้นน่ะ......พวกเราน่ะมีพลังที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ทำไมต้องก้มหัวให้พวกมันอยู่อีก"ลูซิแอลถามเซโก้ส่ายหน้า

    "ฉันไม่ต้องการแบบนั้นลูซิแอล....ทำแบบนั้นท้ายที่สุดมันก็ไ่ม่ได้ต่างกับที่พวกมันทำกับเรา.....ฉันน่ะก็แค่อยากจะกลับไปเป็นหมาป่าธรรมดามากกว่าจะทำแบบนั้น.....คิดว่าถ้ามิราล่ามีชีวิตถึงตรงนี้เธอจะเห็นด้วยกับนายเหรอลูซิล"เซโก้ถามกลับแต่นั้นยิ่งเป็นการราดน้ำมันใส่กองเพลิง

    "ข้าไม่สนว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่.....ข้าน่ะอยากให้พวกมันเป็นอย่างที่พวกเราเป็นทุกข์ทรมานอย่างที่พวกเรารู้สึก"ลูซิลแอลคำรามเซโก้มองเพื่อนรักด้วยสายตาปวดร้าวเพราะสงครามและการถูกดัดแปลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ลูซิแอลเปลี่ยไปอย่างกับไม่ใช่เพื่อนรักคนเดิมที่เขารู้จัก

    การรบในหลายๆครั้งต่อมาลูซิแอลนั้นยิ่งบ้าคลั่งจนเซโก้ต้องมาหยุดลูซิแอลแทบทุกครั้งและการทะเลาะกันของทั้งสองก็ยิ่งมีมากขึ้นจนวันนึง

    "รัสวาส....เอ็งทำอะไรเพื่อข้า"เซโก้นั้นตะคอกใส่หัวหน้านักวิจัยที่ดัดแปลงพวกมันแม้ว่าจะรู้ว่ามันต้องโดนลงโทษแทนที่จะโกรธรัสวาสนั้นกับหัวเราะ

    "สมกับเป็นสิ่งที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อให้มีอำนาจทัดเทียมพระเจ้า.....ลูซิแอลกำลังจะกลายเป็นพญามารไงละ....ส่วนเจ้าก็เป็นพระผู้เป็นเจ้าที่แสนยิ่งใหญ่ยังไงละ"รัสวาสกระซิบตอบเซโก้นั้นดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าด้วยความตกตะลึง

    "แก........."เซโก้เสียงลอดไรฟันดวงตาสีฟ้าจ้องมองด้วยสายตาชิงชังรัสวาสหัวเราะสะใจแต่หารู้ไม่ว่ามีใครอีกคนได้ยินที่เขาพูดกับเซโก้

    "ข้าเป็นจอมมารงั้นเหรอ....ไม่เลวนะ..."ลูซิแอลพูดขึ้นเซโก้สะดุ้งเฮือกพลางมองเพื่อนรักของตน

    "นี่นายได้ยินด้วยเหรอ....."เซโก้ถามลูซิแอลหัวเราะออกมาเบาๆมันบ่งบอกว่าซะตากรรมของพวกมันทั้งสองจากนี้ต่อไปจะไม่มีวันจะย้อนกลับไปได้

    และแล้วอีกหลายเดือนต่อมาลูซิแอลนั้นเรียกเซโก้แปลกออกไปมันเรียกเซโก้ว่าเมไซอาและแล้วในที่สุดวันที่เซโ้ก้ต้องต่อสู้กับลูซิแอลก็เกิดขึ้นเพราะมันอาละวาดทำลายทุกสิ่งและฆ่านักวิจัยไปหลายคนร่วมถึงซีวิตคนบริสุทธิ์มากมาย เซโก้นั้นจึงต้องหยุดเพื่อนรักของตนด้วยมือของมันเองและท้ายที่สุดพวกเขาและเซโก้นั้นก็ได้แต่เพียงแค่ผนึกลูซิแอลให้หลับใหลอยู่ใต้ดินชั้นในสุดของสถาบันวิจัยและมันเองก็ถูกนำไปผ่าตัดดัดแปลงอย่างทารุณกรรมต่อแต่สำหรับเซโก้แล้วมันก็ยอมให้พวกนักวิจัยทำเพื่อไถ่บาปที่มันหักหลังเพื่อนรักของมันไปแต่นั้นก็ดีกว่าให้มือของลูซิเเอลเื้อนเลือดมากไปกว่านี้จนในที่สุดรัสวาสตายลงและเซซินี่มาแทนที่เพื่อสานงานวิจัยต่างๆรัสวาสซึ่งนั้นนำมาสู่ซะตากรรมที่ทำให้พวกเซโก้ได้มายังมิติของเทล

    ส่วนลูซิแอลแม้ว่ามันจะถูกผนึกแต่จิตสำนึกการรับรู้ของมันกับพัฒนาอย่างมหาศาลมันเฝ้ารอคนไม่รู้เรื่องหรือบ้าการวิจัยไม่สนอะไรมาปลดปล่อยมันออกมาและท้ายที่สุดมันก็จะขึ้นปกครองโลกและแสดงให้เซโก้ห็นว่าสิ่งที่มันทำคือสิ่งที่ถูกต้องและทำเพื่อมิราล่าคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับมาของมังกรอสูร

    "ข้าจะทำให้รู้เมไซอา...ว่าเจ้าคิดผิด"ลูซิแอลนึกขในขณะที่ถูกผนึกให้หลับใหลอยู่ในแค๊ปซูลที่ผนึกมันเอาไว้

  • meumiu
    Time/Date : 02:25:43 @ 03/10/2013

    Episode Side Story :: Tale Story I
    Charater : Tale
    ประเภท : Myth
    ที่มา : Fight Board / Myth Board / Original

    =========================

    http://www.youtube.com/watch?v=RymfcYLhc4I

    วันหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งของเหตุการณ์ในมิติ Tale World , เขายืนจ้องหน้าต่างที่ภายนอกมีสวนไม้อันสงบอยู่ มีแสงสว่างอบอวล พรางนึกถึงอดีต เป็นเหตุการณ์ก่อน นักสู้กลุ่มที่ 3 จะมาที่นี้นั้นเอง

    ใช่แล้ว ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากวันนั้น วันที่เขารู้สึกตัวขึ้นมาในห้องสมุดแห่งนี้ ถึงจะเรียกว่าห้องสมุดก็เถอะ แต่ที่นั้นไร้ซึ่งหนังสือ แถมยังมีเศษกระดาษกระจัดกระจายเต็มไปหมด มันช่างเป็นสถานที่ๆเงียบเหงามาก

    พอหยิบเหล่าเศษกระดาษเหล่านั้นคือมาก็มีแต่ข้อมูลที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างเต็มไปหมด "จะว่าไป...ฉันรู้ได้ไงว่าที่นี้คือห้องสมุด และสิ่งนี้เรียกว่าเศษกระดาษ"

    "จะว่าไปฉันคือใครกัน?" แล้วไม่นานก็มีชื่อหนึ่งขึ้นมาในสมอง

    Tale เป็นชื่อที่อยู่ๆก็ขึ้นมาในสมองเขาและเขารู้สึกว่านั้นแหล่ะชื่อของฉันแน่นอน

    "จะว่าไปฉันมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร? ฉันเป็นใครมาจากไหน?" กาลเวลาผ่านไป Tale ได้พบว่าทุกวันเวลาที่ผ่านไปห้องสมุดนี้จะเริ่มมีหนังสือที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมา พอเขาได้อ่านก็พบเป็นเรื่องราวต่างๆมากมาย เขาสนุกมากกับการอ่านเนื้อหา บ้างเขาก็เปลี่ยนแปลงมันนิดหน่อยให้ดีขึ้น

    จนกระทั้งวันหนึ่ง วันที่มีประตูบานหนึ่งโผล่มาตรงหน้าเขา ใช่แล้ว เป็นวันที้เขาดีใจมากที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูนี้คืออะไร

    http://www.youtube.com/watch?v=s8pI2zRv-IM

    และเมื่อนั้นเพียงแค่เปิดไปเขาก็พบว่ามันคือทางเดินไกลและเมื่อเขาวิ่งไปจนสุดทางที่นั้นคือสถานประลองโครัซเซียมนั้นเอง

    พร้อมกันนั้นอยู่ๆเหมือนเขารู้หน้าที่

    "ยินดีต้องรับเหล่านักสู้จากต่างมิติทั้งหลาย สู่มิติแห่งการต่อสู้!!!" ใช่แล้วมันเป็นอะไรที่สนุกมากที่ดูพวกเขาสู้กันด้วยเทคนิคต่างๆ บ้างก็ร่วมมือกันจับเป็นทีม ไปจนถึงสู้กับบอสที่ Tale เสกขึ้นมาจากหนังสือในห้องสมุด

    (สนุกมาก!!!) Tale คิดในใจ แต่ไม่จบแค่นั้นเมื่อเขารู้ว่าเขาสามารถเดินทางไปยังมิติต่างๆได้ด้วย การผจญภัยของ Tale จึงเริ่มขึ้นในที่สุด

    End

  • lancenater
    Time/Date : 12:16:32 @ 03/10/2013

    ชื่อเรื่อง : อดีต และปัจจุบัน
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : แลนซ์[MB]
    ที่มา : Myth Board
    ภายหน้าเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง มีร่างของชายผู้สวมเกราะไว้ เขามีดาบอยู่แปดเล่ม และกำลังตั้งท่าจะปะทะเขา แต่เขาก็ไม่กลัว จับคาตานะของตนเอาไว้และตั้งท่าชี้ไปที่เขา สิ่งที่ล้อมรอบทั้งคู่คือผู้ชมจำนวนมากกำลังจับตาดูการต่อสู้บนสนาม และเด็กหนุ่มผู้นั้นได้เริ่มคิดไปถึงอดีต...
    .......................................
    "อ้าว ลูก ไปเล่นอะไรมาน่ะ สภาพเลอะมาเชียว"หญิงสาวคนหนึ่งได้หันไปมองเด็กน้อยผู้หนึ่งที่ตัวเปื้อนมอมแมม เด็กผู้นั้นรีบวิ่งไปกอด[แม่]ของตน
    "ฮะๆๆ"
    "อ๊ะ ท่านคะ"ผู้หญิงผู้นั้นหันไปทางหนึ่ง มีชายหนุ่มสวมชุดเกราะยืนอยู่ตรงนั้น และเขาก็เดินมาหาเด็กคนนั้น และเข้าไปลูบหัว
    "เป็นยังไงบ้าง สนุกมั้ย[ลูกข้า]"
    "สนุกมากครับ!!"เด็กคนนั้นตอบกลับไปพร้อมกับมองไปรอบๆ ทั้งสามนั้นอยู่ในบ้านที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอมีฐานะ และคนเป็นพ่อเป็นอัศวินเช่นกัน เขารู้สึกอบอุ่นมากในครอบครัวนี้ ทุกวันเป็นวันที่ช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาอยากให้วันคืนเหล่านี้เป็นไปตลอดไปเหลือเกิน.......
    .........................................
    หมู้บ้านแห่งหนึ่งที่เคยสงบสุข ปัจจุบันเต็มไปด้วยเพลิงนรก กลึนกินทุกชีวิตที่อยู่ในนั้น
    "ฆ่าพวกมันให้หมด!!! เพื่อ DK!!!!"ขุนพลปีศาจตนหนึ่งขี่ม้าที่ร่างกายอัปลักษณ์ราวอสุรกายป่าวประกาศและกวัดแกว่งดาบฆ่าผู้บริสุทธ์
    "หนีไปก่อน ข้าจะต้านเอาไว้!!"อัศวินผู้หนึ่งเข้าต่อสู้กับปีศาจตนนั้นอย่างห้าวหาญ
    "คิดว่าจะสู้ได้เหรอ!"แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ว่าขุนพลปีศาจตนนั้นกลับดูท่าว่าจะเสียทีมาก และก่อนดาบคาตานะที่อัศวินผู้นั้นถึอจะบั่นคอปีศาจได้....
    "กรี้ด!!!"
    "หยุดซะ ก่อนข้าจะฆ่าพวกเขา!!"
    "แม่!!"
    "เจ้าพวกหมูสกปรก!!"
    ปีศาจลูกกระจ๊อกตัวหนึ่งล็อกผู้เป็นภรรยาของเขาไว้ และใช้เป็นตัวประกันต่อรอง อัศวินจำต้องยอมถอยออกมา แต่ว่าปีศาจเห็นดังนั้นจึงแทงกงเล็บพวกตนทะลุภรรยาเขาทันที!
    "ไม่!!!!"
    "แม่!!!!!!!!"
    อัศวินผู้นั้นได้ถูกความแค้นครอบงำและตวัดคาตานะฆ่าปีศาจตายราวใบไม้ แต่ก็มิอาจสู้ได้ เขาถูกหอกของพวกมันแทงทะลุร่างจนไปนอนกับพื้น
    "พ่อ!! ไม่นะ!!"
    "ช่วยสัญญาทีนะ..ว่าจะรอดให้ได้ ลูกของข้า..."อัศวินผู้นั้นกล่าวลาลูกตนก่อนจะสิ้นลม..
    "พวกแก!!!! ตายซะ!!"เด็กผู้นั้นวิ่งไปหยิบคาตานะของพ่อตนและวิ่งเข้าไปสู้ แต่ว่ากำลังของเด็กแค่นั้นไม่มีทางสู้ได้ ดาบเล่มนั้นหักออกเป็นสองส่วน และเขาถูกปีศาจสับเป็นชิ้นๆ!!
    ...........................
    "ท...ที่นี่ที่ไหน"เด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่ในที่ที่หนึ่ง สิ่งรอบตัวเขาเป็นสีขาวทั้งหมด และมีชายผู้หนึ่งผู้มีผมสีเหลืองในชุดสีขาวทั้งหมด มีปีกบนหลังเขา 3 คู่
    "เจ้าน่ะ...ต้องการพลังที่จะต่อสู้กับพวกนั้นหรือไม่...."
    "ต้องการสิ!! ผมจะกลับไปและไม่ให้มีใครตายอีก!!"เขาประกาศกร้าว
    "ต้องการอย่างนั้นเหรอ"เทวทูตผู้นั้นยกมือขึ้นมา และเด็กผู้นั้นก็รับรู้ได้ถึงพลัง
    "อย่าให้ด้านมืดครอบงำนายนะ"เขาพูดก่อนจะหายไป และเด็กผู้นั้นก็วูบดับไป..
    ...................
    เหล่าปีศาจกำลังชูอาวุธด้วยความดีใจ พวกมันฆ่าล้างทุกคนแล้ว แค่นี้เสี้ยนหนามจะหายไป แต่.....
    ซากของคนที่พวกมันเพิ่งฆ๋าไปคนหนึ่ง เริ่มเข้าไปรวมกัน กลายเป็นแสงสว่างออกมา และสุดท้ายก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งออกมาจากแสงนั้น
    "เหอ ใครวะนั่น"
    "ช่างมันเถอะ ฆ่ามันเลย"
    เด็กหนุ่มผู้นั้นหยิบคาตานะเล่มที่หักของพ่อตนออกมา แต่อยู่ดีๆส่วนที่หักอีกส่วนก็มารวมตัว และมันก็ยืดออกจนมีความยาวมากกว่าปกติ
    "มันก็แค่..."ขุนพลปีศาจตัวที่ฆ่าอัศวินไปทำท่าจะเย้ยหยัน แต่ว่าก่อนที่มันจะพูดจบ ดาบของเขาก็ฟันมันออกเป็นสองส่วน!! แต่เขาไม่หยุดแค่นั้น เขายังพุ่งเข้าฆ่าพวกมันอย่างบ้าคลั่ง เลือดละเลงออกมาเต็มพื้น
    "แย่แล้วไง!! ส่งเจ้านั่นออกมา!!"สิ้นเสียงปีศาจแล้ว ออร์คขนาดยักษ์ก็ออกมาและเข้าไปหวังจะกระทึบให้จมดิน แต่เด็กหนุ่มผู้นั้นตวัดคาตานะของตนออกไป และฝักดาบก็ออกมา และทั้งคู่ก็แตกสลายออกไป รวมเป็นทวนขนาดยักษ์และเกราะแขน
    "Archangel Mode!!!!"แลนซ์ประกาศก่อนจะพุ่งเข้าไปแทงออร์คตัวยักษ์นั้น มันตายทันที!!
    เขาหันไปมองพวกที่เหลือที่กำลังแตกตื่น พวกมันทำท่าจะหนี แต่เขากลับลอยไปในอากาศ ชี้ทวนลงพื้น และทวนก็ได้เกิดการพับและประกอบขึ้นอีกครั้งเป็นปืนใหญ่...
    "Cannon Form"เขาประกาศก่อนยิงลำแสงขนาดยักษ์ออกมาลงพื้น กวาดล้างปีศาจทั้งหมด....
    ...................................
    "เอาล่ะ"เด็กหนุ่มผู้นั้นได้ยืนบนซากศพของปีศาจที่เขาสังหารหมู่เมื่อครู่"ตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรอีกต่อไปแล้วสำหรับผม"เขามองไปที่อดีตบ้านของตน ก่อนจะหันหลังกลับไปและเดินไปตามทาง
    "ตอนนี้ ก็คงต้องอยู่ด้วยตัวเองแล้วนะ"น่าแปลกที่เขาไม่มีอาการของความเศร้าเหลืออีกต่อไป"อยากจะล้างแค้นเจ้า DK นั่นก็จริงหรอกครับ แต่ผมไม่มีกำลังอะไรไปสู้หรอก ถึงจะได้รับพลังก็ตามเถอะ นอกจากจะมีพวกมากพอ..."
    ......................................
    เด็กหนุ่มในอดีตที่ปัจจุบันเติบโตแล้ว ได้ฟังเสียงประกาศออกมาจากจุดๆหนึ่งขณะที่เขาสู้ "สำหรับรอบต่อไป Triden และ Lance" และพื้นที่ที่ทั้งคู่ยืนอยู่ก็เปลี่ยนสภาพไป และเด็กหนุ่มคนนั้นก็ทำการพูดออกมา
    "เข้ามาเลยครับ จะได้รู้ว่า ประสบการณ์ทั้งหมดที่ผมได้รับมา มันไม่สูญเปล่าหรอก!!"

  • lancenater
    Time/Date : 15:05:37 @ 03/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : "แลนซ์"
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : "แลนซ์"
    ที่มา : Fight Board,Myth Board,Zombie Board,CrossOver Board,Zombie Board Beta,Original
    ..................................
    ณ ที่มุมหนึ่ง แลนซ์ได้พยายามปะทะกับวาตานาเบะอย่างดุเดือดพร้อมๆกับทุกคนทีต้องการจะดับชีวิตวาตานาเบะเช่นกัน แต่ว่าอยู่ดีๆกลับมีเสียงอะไรขึ้นออกมาจากหัวเขา
    "ไม่ตลกนะเฮ้ย ถ้ามันเป็น Wi*ch หรือ H*nte* ล่ะ! จะเอายังไง!"
    "จัดการพวกมันเลย ง่ายๆครับ"
    "ฮินานาอิ เทนชิ?"
    แลนซ์กำลังตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดนี้มันคืออะไร มีอะไรเกิดขึ้น เสียงในหัวเขามันคือเสียงอะไร และทำไม...
    เสียงพวกนั้นมันเหมือนเสียงเขาเหลือเกิน...
    ...................................
    แลนซ์กำลังพยายามป้องกันบ้านจากการโจมตีของซอมบี้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เช่นเดียวกับเมดกายที่ถือลูกซองเช่นเดียวกับเขา และเซยะที่ถือค้อน พร้อมทั้งแองเจิล โฟรเซ่น แน็กซ์ และจูลาดิส แต่เขากลับได้ยินเสียงบางอย่าง
    "อย่าอยู่เลยแก!!!"
    "จัดการพวกมันเลย ง่ายๆครับ"
    "ฮินานาอิ เทนชิ?"
    แลนซ์ตกใจมากเพราะว่าเสียงเหล่านั้นมีเสียงเหมือนกับเขา แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเสียงของเขาเลย หรือว่านี่จะเป็นซอมบี้ประเภทใหม่? หรืออะไร?
    แต่เขาก็ไม่ได้คิด เพราะหมอกเริ่มเข้ามาในตัวบ้านแล้ว....
    ...........................
    แลนซ์นึกถึงพี่ชายเขามาก ดาบคาตานะที่เขาถึออยู่เหมือนตัวแทนของพี่ตนที่ตายไปแล้ว แต่เขาก็เลิกคิดและหันไปมองรอบๆเขา ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ตรงนี้คือ หลวงพ่อ ปกป้อง เจ้าจอม ยูริ และอื่นๆ ในโบสถ์ พวกเขากำลังคิดว่าจะทำยังไงดี แต่เขาได้ยินเสียงขึ้นมาในหัว
    "อย่าอยู่เลยแก!!"
    "ไม่ตลกนะเฮ้ย ถ้ามันเป็น Wi*ch หรือ H*nte* ล่ะ! จะเอายังไง!"
    "ฮินานาอิ เทนชิ?"
    เขาสงสัยกับเสียงนั้นมาก นี่มีผีอยู่เหรอ นี่แค่ซอมบี้ยังจะแย่แล้ว แต่เขาก็ต้องตามปกป้องไปหาของต่อ
    ................................
    แลนซ์ที่เห็นภาพบนฟ้านั้นตกใจมาก ไม่ว่าจะดูยังไงนั่นก็คือ ฮินานาอิ เทนชิแน่นอน แต่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง แต่ว่าอยู่ดีๆก็มีเสียงเข้ามาในหัวเขา
    "อย่าอยู่เลยแก!!"
    "ไม่ตลกนะเฮ้ย ถ้ามันเป็น Wi*ch หรือ H*nte* ล่ะ! จะเอายังไง!"
    "จัดการพวกมันเลย ง่ายๆครับ"
    อะไรกันเนี่ย เขาคิด แต่เรื่องแค่นี้มันก็ไม่ประหลาดเลยถ้าเทียบกับภาพข้างหน้า และเขาก็วิ่งไปรับเทนชิที่ตกลงมาจากฟ้า....
    ..............................
    "แต่งแบบนี้ก็คงพอได้ล่ะนะ" "แลนซ์"ได้มองผลงานการแต่งนิยายของตน"ให้ทุกคนได้ยินเสียงของอีกฝ่ายที่ชื่อเดียวกันในโลกนี่มันก็แปลกดีนะ"เขาคิดก่อนจะเริ่มพิมพ์อีกครั้ง ตอนนี้เขาไปถึงช่วงที่"ตัวเขา"ได้พิมพ์เรื่องนี้ออกมา หรือก็คือช่วงที่พิมพ์ไว้ว่า"แต่งแบบนี้ก็คงพอได้ล่ะนะ"นั่นเอง และเขาก็หันไปด้านหลังเขา มองไปข้างบน และพูด
    "นายกำลังจะพยายามสั่งการตัวชั้นจนถึงเมื่อไหร่เนี่ย" เขาพูดกับสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็น แต่ถ้าคุณสามารถมองทะลุมิติแบบ inception ได้ล่ะก็ จะเป็นภาพแลนซ์กำลังพิมพ์เรื่องนี้ โดยความจริงเรื่องทั้งหมดถูกพิมพ์โดยแลนซ์ และความจริงเรื่องนั้นก็ถูกพิมพ์โดยแลนซ์อีกที และเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ..

  • maid guy
    Time/Date : 16:06:13 @ 03/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : space warrior ตอน การล่มสลายและเรื่มใหม่
    ประเภท : ดราม่า/แอคชั่น
    ที่มา : Original+MB

    ในปราสาทกลางป่าใหญ่ เสียงฟาดฟันด้วยดาบดังก้องกังวารก็จริงแต่บรรดาคนรับใช้ที่สวมชุดที่เหมือนชุดแม่บ้านตะวันตกที่วัสดุเนื้อผ้านั้นส่องประกายนั้นทำงาน ราวกับเคยชินในเรื่องการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในห้องโถงใหญ่และหยุดลงชั่วคราว ข้างในนั้นมีคนถึงสามคนโดยมีหญิงสาวที่สวมเกราะที่แขนขา เกราะที่อกกำลังยืนอยู่ ชายหนุ่มที่ถือดาบเลเซอร์สองเล่มสวมเกราะปิดเกือบทุกส่วนยกเว้นที่ส่วนท้องและต้นแขนและชายอีกคนที่สวมชุดเกราะค่อนข้างบางแต่หุ้มทั่วทุกส่วนถือทวนในมือพร้อมเครื่องดนตรีที่หน้าตาเหมือนกับคีย์บอร์ดที่มีพลาสติกหุ้ม
    “เปิดเพลงประกอบเลยพี่”ชายถือดาบคู่พูดกับชายที่ถือทวน เขาเลยเปิดให้ทันที”เริ่มยกสองเลย”
    เพลงประจำตัวของเรย์
    “เป็นอะไรไปไทรเด็น”หญิงสาวหรือเรย์เดินเข้ามาหาทีละก้าวเท้าอย่างอ่อนช้อย “หากเธอไม่เข้ามาพี่จะเข้าไปหาเองนะไทรเด็น”เธอพุ่งเข้าไปดวยความเร็วสูงและหมุนตัวเตะสูงแต่ไทรเด็นเบี่ยงหลบและเรย์ก็เบี่ยงหลบพร้อมกับหมุนตัวเตะล่างซึ่งไทรเด็นกระโดดหลบและแทงแต่เรย์ใช้เท้าเตะเบี่ยงวิถีดาบและเธอเตะเข้าที่ซี่โครงแต่ไทรเด็นใช้ดาบเลเซอร์กันได้ทันเวลาก่อนที่จะโดนตัวเขาเลยกระเด็นแต่ไม่เจ็บตัว เมื่อตั้งหลักได้เรย์ก็กระโดดหมุนตัวทิ้งส้นใส่แต่ไทรเด็นใช้ดาบคู่กันและฟันเพื่อให้เรย์กระเด็นแต่เธอใช้จังหวะนั้นหมุนตัวและใช้เท้าเตะที่คาง ไทรเด็นหลบได้อีกครั้งแต่ก็ล้มลงไปเพราะเสียการทรงตัว เขากลิ้งตัวหลบตามจังหวะที่เรย์ใช้สนับมือกระหน่ำแทงและเท้าเตะจนชิดผนังเรย์จึงใช้สนับมือชกที่ไทรเด็นทันที

    “หยุด”เดรโก้ตะโกนเรย์จึงหยุดมือทันที มีดที่สนับมือของมือซ้ายนั้นจ่อที่คอไทรเด็นแต่เขานั้นก็เอาดาบที่มือยกขึ้นมาทางที่ท้องของเรย์ซึ่งเอาสนับมือข้างขวากันไว้ได้

    “แพ้อีกแล้ว”เรย์พูด”นายตายมาสองครั้งแล้วนะวันนี้หากสู้กับพวกระดับWarrior”
    “ชิ”ไทรเด็นพูดพลางลุกขึ้น
    “ไม่พอใจอะไรเล่า”เรย์พูด”นายตอนนี้เพิ่งได้รับยศRook Warriorและยังไม่ได้รบจริงเสียหน่อยการที่แพ้ให้กับพวกเรามันเป็นเรื่องปกติ”
    “พี่เดรโก้”ไทรเด็นพูด
    “นาย”
    “ช่างเขา”เดรโก้ตั้งท่า เมื่อไทรเด็นพุ่งเข้าใส่เดรโก้ฟันด้วยความเร็วสูง คมของสายลมนั้นแทบจะตัดไทรเด็นได้ซึ่งเชากระโดดหลบ ปรากฏรอยฟาดดาบที่ผนัง ไทรเด็นที่ลอยกลางอากาศนั้นเห็นเดรโก้กระโดดพุ่งเข้ามา ไทรเด็นจึงเอาดาบตั้งรับแต่เดรโก้นั้นฟาดดาบทีเดียว ไทรเด็นปลิวจนกระแทกกับผนังจนสลบในทันที
    “พี่เดรโก้”
    “ไทรเด็นต้องสั่งสอนด้วยร่างกายเท่านั้นถึงจะเข้าใจ”

    .............................................................................................................................

    “เมื่อไทรเด็นฟื้นขึ้นมาเขาพบกับคารินที่กำลังเฝ้าดูอยู่
    “ทำไมต้องทำแบบนี้กัน”เธอกล่าว”ทุกครั้งหลังทำภารกิจพี่มักจะซ้อมรบกับพวกพี่ๆอยู่เสมอเลย”
    “เพื่อความแข็งแกร่งไง”
    “จนกระทั่งต้องละทิ้งชีวิตเนี่ยนะ”เธอลุกขึ้นยืน “พี่มักจะอ้างแบบนี้ตลอด มีบางครั้งหายไปนานเลย พี่เคยคิดถึงฉันบ้างไหม”
    “หากอยู่เฉยๆก็พลันแต่จะอ่อนแอลง”
    คารินเกิดแรงบันดารโทสะหยิบมีดทหารเข้ามาแทงไทรเด็นแต่เขานั้นกันไว้ได้
    “คมเขี้ยวของสัตว์ที่อ่อนแอทำอาไรพี่ไม่ได้หรอก”ไทรเด็นเอ่ย
    “ไม่นึกเลยพี่ที่เคยอ่อนโยนจะกลายเป็นแบบนี้ หากท่านแม่อยู่ละก็คงเสียใจแน่ที่ท่านพี่ทำให้ฉันเจ็บปวดใจกับความเหงาแบบนี้”

    ฉึก!

    เมื่อรู้สึกตัวอีกที มีดของคารินปักที่เหนือหัวใจของไทรเด็น โชคดีที่ไม่ลึกมากแต่หากปล่อยไว้คงถึงแก่ชีวิตไว้

    “ทำไมท่านพี่”
    “ฉันเพิ่งรู้ว่าการที่ฉันต้องแข็งแกร่งนั้นเพื่อปกป้องเธอตามคำสั่งของท่านแม่ แต่ทว่ามันกลับเป็นการทำร้ายเธอ”
    “แต่ว่า”
    “เพราะว่าพวกท่านพี่น่ะแกร่งแต่ศัตรูนั้นแกร่งกว่า หากฉันไม่แกร่งแล้วจะปกป้องใครได้ ฉันเชื่อแบบนั้นจึงฝึกตัวเองเสมอๆ แต่ไม่นึกเลยว่ามันเป็นารทำร้ายเธอทางอ้อม”
    “ท่านพี่!”

    ...................................................................................................................................

    เมื่อไทรเด็นฟื้นอีกครั้งคราวนี้เรย์มาเฝ้าด้วย
    “นายนี่น้า เพิ่งสลบไปหยกๆยังอุส่าห์เจ็บตัวอีกนะ”เธอจิ้มไปที่แผลที่อกที่เย็บอย่างหยาบๆ “บอกไว้ก่อนนะว่านี่คือฝีมือคาริน”
    “ท่านพี่”ไทรเด็นพูด “ขอบอกท่านเชสว่าเป็นอุบัติเหตุการฝึกซ้อมด้วยนะ”
    “ได้เลย”
    “ท่านพี่”คารินเอ่ย
    “ไม่เป็นไร พี่เองก้ผิดเองที่ไม่ยอมเข้าใจเธอเลยว่าเธอต้องการอะไรกันแน่”
    “แต่ว่า”เธอเริ่มรองไห้
    “กระสูนยังน่ากลัวกว่าแผลอันนี้อีกนะ”
    แต่ไม่ทันไรเดรโก้ก็เดินเข้ามาหาพร้อมบอกว่า “ภารกิจใหม่ ตอนนี้เขาอนุมัติให้นายร่วมรบได้”

    ..........................................................................................................................................

    ธีมประจำด่าน

    เมื่ออยู่ในสนามรบ เดรโก้มองไทรเด็นที่เดินพร้อมถือดาบเลเซอร์คู่ พร้อมเหล่าทหารหาญ

    “นายนี่อึดจริงๆนะ”เดรโก้เอ่ย “โดนขนาดนี้ยังออกไปรบได้”
    “สนใจข้าศึกที่อยู่ตรงหน้าดีกว่านะท่านพี่”ตรงหน้าของกองทัพนั้นมีเหล่าหกองทัพต่างดาวและมีหุ่นยักษ์อยู่ซึ่งคอยยิงจรวดใส่เหล่าทหาร
    “นายจัดการมันเลยพี่จะเคลียทางให้”เขาตั้งท่าและฟัน คมดาบที่อักอากาศนั้นได้ตัดเหล่าศัตรูจนเว้นช่องว่างให้ไทรเด็น

    “ไปเลย”เดรโก้สั่งพร้อมหยิบปืนพกแล้วกระหน่ำยิงใส่จรวดที่พุ่งมายังน้องชายตน ไทรเด็นจึงวิ่งตรงไปที่หุ่นยนต์ยักษ์ มันใช้แขนอันผอมกระหร่องทุบแต่ไทรเด็นกระโดดหลบ เขาใช้ดาบฟันเพื่อสร้างที่สำหรับยันตัวขึ้นแล้วไต่ไปยังข้อต่อต่างๆพร้อมฟันใส่จนลอยข้ามหัวเมื่อเขาเริ่มลงพื้นเขาฟันที่คอตบท้ายและลงพื้นพร้อมเก็บดาบ หุ่นยนต์นั้นข้อต่อต่างๆได้หลุดร่วงลงมาทันที

    “เก่งเหมือนกันนิ”เดรโก้ตามมาสมทบพร้อมกับเหล่าทหาร ทั้งสองพี่น้องต่างพากันรุกรับผลัดกันฟันศัตรูและแยกตัวกัน
    “นี่หรือความน่ากลัวของทหารตระกูลเดอุสพราม”ทหารที่ตามมาสมทบเอ่ยและยิงสนับสนุน
    แต่แล้วเมื่อการรบรบไปได้สักระยะ ไทรเด็นที่เพิ่งรบครั้งแรกนั้นพลันเกิดอาการที่ร่างกายของเขายังไม่คุ้นเคยต่อการใช้Clock Modeจึงทรุดลงจึงเป็นดอกาสของกองทัพต่างดาวเอาดาบเข้าฟัน

    เคร้ง

    เดรโก้ใช้ทวนขว้างใส่เพื่อกันการโจมตีและใช้ปืนกลยิงใส่ แต่มีทหารต่างดาวเอาดาบฟันจนปืนพังทันที เดรโก้นั้นยืนมองศัตรูที่กำลังฟาดฟันตน

    “ท่านพี่”

    เดรโก้ยื่นมือมา ทวนของเขาลอยกลับมาในมือแล้วฟันใส่ศัตรูทันที ส่วนพวกที่เหลือนั้นต่างพากันหนีหมด

    “ไม่เป็นไรใช่ไหม”เดรโก้ยื่นมือมาช่วย แต่ไทรเด็นกลับงงในสิ่งที่เห็น
    “เมื่อกี้ท่านพี่”
    “เฮ้ย เดอุสพราม “ทหารนายหนึ่งที่ดูท่าจะยศพอๆกับเดรโก้ “อธิบายหน่อยว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
    “คือว่า”
    “เมื่อกี้ฉันเห็นนะว่าแกใช้พลังจิตหยิบทวนมาฟัน ปกติพวกแกมักจะไม่ให้เข้าสนามรบเพราะเป็นภัยต่อเราไม่ใช่หรือไงกัน”
    “แต่ว่า”ไทรเด็นแย้ง “ปกติเมื่ออายุ7ขวบ พลังจิตจึงจะแสดงออกไม่ใช่หรือครับ”
    “ไม่เสมอไปหรอก บางครั้งจะแสดงออกมาทีหลังก็ได้”ทุกคนนั้นเล็งปืนไปที่เดรโก้ “ทุกคน จงประหารชายคนนี้เดี๋ยวนี้ก่อนที่จะเป็นภัยต่อพวกเรา”
    “เดี๋ยวก่อน บ้าไปแล้ว”ไทรเด็นกางโล่พลังงาน เดรโก้นั้นพลันทรุดลงด้วยอาการปวดหัวทันที “เราจะฆ่าเขาทันทีเลยงั้นหรือไงกัน บางทีอาจจะควบคุมได้นะ อย่างตอนนี้เราดูสถานการณ์ก่อนสินะ”ไทรเด็นหันหลังกลับมามอง “ใช่ไหมท่าน.....”

    ธีมประจำตัวดราก้อน

    ฉับ

    ไทรเด็นนั้นโดนฟันจากด้านบนลงล่างทันที รอยผ่าเป็นแนวทแยงไล่ตั้งแต่ด้าบนขวาของไทรเด็นไล่ลงไปยังด้านซ้าย เขาไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาจนกระทั่งร่างของเขาได้กระแทกลงพื้น เขามองที่เดรโก้ที่ใช้ท่าดาบคลื่นฟันเหล่าพวกเดียวกัน ใช้พลังจิตบี้เหล่าทหารกระจุยเป็นชิ้นๆ บังคับปืนให้กระหน่ำยิงไม่ว่าจะเป้นพวกต่างดาวหรือพวกเดียวกันนั่นเป็นภาพที่ไทรเด็นเห็นก่อนที่จะหมดสติไปอีกรอบ

    “ไม่เป็นไรใช่ไหม”บลูตัสนั้นตบหน้าไทรเด็นให้ตื่น เขารีบลุกขึ้นมาแต่ก็เจ็บปวดที่หน้าอก
    “อย่าเพิ่งขยับ ฉันเพิ่งฉีดยาZombie Wakeเพราะนายเกือบตายแล้วตอนพวกเรามาถึง แถมไม่มีแพทย์สนามมาอยู่ใกล้ๆด้วย ตอนนี้นายคงแพ้ยาไปเรียบร้อยแล้ว”
    “อืม”
    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันShot”เฮทที่ตามมาสมทบทีหลัง เขามองไปรอบๆที่มีแต่เหล่าซากศพของทหารที่ถูกฆ่าอย่างทารุณ
    “คือว่า”ไทรเด็นนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เขานั้นถึงกับอ้วกในทันที
    “เฮ้ย ปกติแกเจอศึกใหญ่ไม่เคยเป็นแบบนี้มิใช่หรือไง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
    “เจ้าเดรโก้”ชายอีกคนที่ใกล้ตายพยายามเอ่ย “มันใช้พลังจิตฆ่าทหารทุกนายและ..........มันหนี..... ไป.......ได้.....”
    และเขาก็สิ้นใจในทันที

    ...............................................................................................................................................

    ในห้องพิจารณาคดี เชสนั้นยืนอยู่พร้อมผ้าคลุมสีขาวที่เหมือนกับเครื่องหมายของกษัตริย์และหน้ากากสีทองคำขาวเขายืนอยู่หน้าห้องพิจารณาคดี

    “เจ้าแอบซ่อนคนที่มีพลังจิตแบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว”
    “ข้าไม่ทราบ”
    “แล้วทำไมถึงตรวจสอบไม่เจอกัน ทั้งๆที่เราตรวจสอบอย่างดีและเป็นปกติแล้ว หรือว่าเจ้าแอบเก็บงำเอาไว้เอง”
    “ข้าอาจคิดว่าพลังจิตของเขาเพิ่งเกิดขึ้น”
    “แต่จากหลักฐานที่บันทึกไว้ เขากลับใช้มันอย่างคล่องแคล่ว หากเพิ่งมีคงไม่ชำนาญแบบนั้นหรอก หรือว่าเจ้าอยากจะครองอำนาทแทนกษัตริย์ของเรากัน”
    “เรื่องนั้นข้ามิบังอาจ”
    “ปกติแล้วเราจะถอดถอนเจ้า แต่เห็นว่าเจ้ามีความดีความชอบมานานข้าจะลดตำแหน่งเจ้าเป็นฝ่ายวางแผนและยึดGod Hand ของเจ้าจนกว่าจะเห็นสมควร ดังนั้นจงถอดผ้าคลุมของทหารองครักษ์ออกซะ”

    เมื่อสั่งแบบนี้เชสจึงถอดผ้าคลุมสีขาวของเขาออกมาและส่งคืนให้อย่างเรียบร้อย พร้อมกันนั้นเขาถอดหน้ากากทองคำขาวและสวมหน้ากากทองออกและเดินออกจากห้องตัดสินคดี
    ................................................................................................................
    “ทำไมกันท่านเชส”ไทรเด็นเมื่อทราบข่าวพร้อมกับคารินเขารีบเดินมาหา “ท่านถึงถุกย้ายตำแหน่งได้ แถมตำแหน่งนี้เลื่อนขั้นยากที่สุดด้วย”
    “มันเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ตรวจสอบเดรโก้ให้ดีกว่านี้”
    “ไม่ใช่หรอก”เรย์ค้าน “เป็นความผิดของเจ้าบ้านั่นต่างหากที่ไม่ยอมบอกความจริงเรา”
    “งั้นตอนนี้เราจะเป็นหมากให้กับท่าน”ไทรเด็นเอ่ย “เพื่อฟื้นฟูตระกูลขอลเรา ฉันจะเป็นคนของหน่วยท่านเพื่อให้ท่านได้กลับไปเป็นทหารองครักษ์อีกครั้ง”
    “พี่เห็นด้วยกับนาย”
    “หนูขอร่วมด้วย”
    “คาริน เธอเป็นผู้มีพลังจิตนะ”
    “อย่างน้อยหนุก็เป็นหน่วยพยาบาลได้นะคะ”
    “เมื่อเป็นแบบนี้”บลูตัสเดินเข้ามา “ข้าจะขอร่วมกับท่านด้วย”
    “นายคงหวังจะจีบเรย์ละสิ”ไทรเด็นแซว
    “และนายคงขาดฉันไม่ได้”เฮทเดินมาสมทบไทรเด็น “หากไม่มีนายก็ไม่มีฉันshot”
    “ทุกคน”เชสเอ่ยด้วยความตื่นตันใจเล็กน้อย "ขอบคุณมาก

  • zeya
    Time/Date : 17:09:04 @ 03/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : นักแสดงกับจอมราชันย์
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : คิง,เมฆ
    ที่มา : โรลCrossover

    "กริ๊ด!!!!"เสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังลั่นไปทั่วเธอพยายามวิ่งหนีจากฆาตกรโรคจิตที่กำัลังย่างสามขุมมาหาเธออย่างช้าๆบนเส้นทางเปลียวไม่มีผู้คนเ้จ้าฆาตกรรนั้นแสยะยิ้มแล้วมองมาที่เธอ นั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวหยุดฝีเท้าลงแต่อย่างไร โชคช่างไม่เข้าข้างหญิงสาวเอาเสียเลยเธอนั้นวิ่งอย่างลนลานเพื่อที่จะหนีจากฆาตกรตรงหน้าแต่ขาของเธอกับหมดแรงและทำให้เธอล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง หญิงสาวพยายามลุกขึ้นยืนแต่ทว่า

    "มันจบแค่นี้ละ"ฆาตกรเงื้อมมีดในมือแล้วจะแทงลงไปที่หญิงสาว

    "ม่ายยยยยยย!!!!!!!!!!!!!"เธอกรีดร้องออกมาแล้ว
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    (จบจ๊ะ)/โดนคิงกับเมฆสกายคิกคู่)

    "คัต!!"เสียงใครบางคนดังขึ้นแล้วทุกอย่างก็สิ้นสุดลงท่ามกลางเสียงตบมือดังไปทั่วหญิงสาวและฆาตกรนั้นต่างหยุดและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หญิงสาวคนนี้คือเมฆนักแสดงมากความสามารถที่กำลังถ่ายหนังแนวสยองขวัญกันอยู่

    "เหนื่อยหน่อยนะเมฆ"ผู้กำกับพูดเมฆแค่เพียงยิ้มบางๆให้กับผู้กำกับแล้วชายวัยกลางคนก็หันไปหาทุกคนในกองถ่าย

    "อ้าวๆ...ไปฉลองปิดกล้องกันเถอะ..."เสียงประกาศของผู้กำกับดังไปทั่วทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆต่างร้องเฮกันอย่างสนุกสนาม เมฆนั้นไปช่วยทีมงานเก็บฉากและเก็บอุปกรณ์ถ่ายทำต่างอย่างไม่ถือตัวว่าตัวเองเป็นดารา

    "เฮ้!ดูนั้นสิ..."มีใครบางคนพูดขึ้นและสิ่งที่ทุกคนได้เห็นคือละอองสีรุ้งโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าแถมท้องฟ้านั้นยังเกิดเหตุการ์ณประหลาดขึ้นแถมยัง

    "อะไร...อะไรกันเนี้ย"คนในกองถ่ายและคนที่มาดูการถ่ายทำถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นตัวละครจากนิยาย เกมส์ การตูนหรือภาพยนต์มายืนอยู่ด้วย

    "คะ...คุณเมฆครับระวัง"หนึ่งในทีมงานร้องลั่นเมื่อจู่ๆร่างของเด็กสาวผมยาวใส่แว่นในมือทั้งสองข้างมีดาบแบบญี่ปุ่ญพร้อมด้วยรอยยิ้มรอยจิตพุ่งเข้ามาหาเธอเมฆนั้นถึงกับตกตะลึงทำตัวไม่ถูกแต่ทว่าร่างใหญ่สีทองก็มาฉุดเธอให้รอดพ้นจากคมดาบนั้น

    "นี่ๆสาวน้อย...เล่นของอันตรายแบบนี้มันไม่เหมาะกับเธอเลยนะ"ร่างใหญ่สีทองที่กำลังอุ้มเมฆอยู่พูดนักแสดงสาวนั้นเงยหน้ามองก็พบว่าคนที่ช่วยเธอนั้นก็คือ คิง บอสในร็อคแมนซีรีส์ภาคร็อคแมนแอนด์โฟรเต้นั้นเองและเป็นรักแรกในวัยเด็กของเมฆนั้นเอง

    "อ๊ะ...ไม่ใช่ศิษย์พี่เซ็ตซึนะนี่...สงสัยว่าเราจำผิดคน...."เด็กสาวใส่แว่นนั้นพูดแล้วหายตัวไปคิงนั้นมองอยู่พักใหญ่ก่อนจะหันไปมองเมฆ

    "เธอไม่เ็ป็นไรนะ"คิงถามเมฆนั้นพูดไม่ออกด้วยความเขินอายแล้วจู่ๆเธอก็

    "อะ....อ้าวนี่เธอ..."คิงตกใจที่จู่ๆเมฆก็เป็นลมไม่ได้สติไปต่อหน้าต่อตา

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่เธอสลบไปก็ไม่ทราบแต่เมฆก็กลับมานอนที่บ้านของเธอและเป็นห้องนอนของหญิงสาวด้วย

    "อ้าว...ฟื้นแล้วเหรอ"เมฆนั้นหันไปตามเสียงก็พบกับคิงอีกครั้งหญิงสาถึงกับเอาหน้าซุกผ้าห่มด้วยความตกใจ

    "อะ...เอ่อ...."เมฆไม่รู้จะพูดอะไรคิงจึงเปิดข่าวและให้เธอดูเหตุการ์ณจากข่าวในทีวีแทนคำอธิบายเมฆนั้นจึงค่อยๆรวบรวมความกล้ามาคุยกับคิง

    "พ่อกับแม่เธอขอให้ฉันเป็นมาเป็นบอดี้การ์ดให้เธอระหว่างที่หาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ....เธอคิดว่าไง"คิงถามเมฆนั้นเงียบไปสักพัก

    "ดะ....ได้ค่ะไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว"เมฆตอบโดยพยายามซ่อนอาการอายเอาไว้คิงนั้นยิ้มบางแต่แค่นั้นก็ทำเอาเมฆเป็นลมอีกรอบ

    "อ่ะ.....อ้าว"คิงตกใจเมื่อจู่ๆเป็นลมไปโดยไม่ทราบสาเตุอีกครั้ง

    เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งปีคิงก็ได้ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดและผู้จัดการส่วนตัวของเมฆและตัวหญิงสาวเองก็เริ่มปรับความรู้สึกตัวเองเวลาอยู่กับคิงมากขึ้น ทั้งสองมักปรึกษากันเป็นประจำไม่ว่าเรื่องใหนๆแต่ทั้งคู่ไม่ได้พบกับเด็กสาวคนนั้นที่เข้ามาทำร้ายเมฆอีกเลย

    "คิง...."เมฆเรียกคิงจึงหันไปมองหญิงสาวที่มีท่าทีเมื่อจะไม่ค่อยพอใจอะไรอยู่

    "มีอะไรเหรอเมฆ"คิงถามพลางมองกำหนดการวันนี้ของเมฆ

    "แคนเซิลรายการของตาลุงทุ้ยไม่ได้เหรอ..ตาลุงนั้นน่ะลามกจะตายชอบแอบจับก้นฉันเวลาเผลออยู่เรื่อยเลย"เมฆตอบคิงนั้นส่ายหน้า

    "เธอเป็นดารานะเมฆ....งานทุกงานต่างก็ทำให้เธอรุ่งหรือดับได้นะ"คิงพูดเมฆทำแก้มป่องไม่พอใจ

    "ใจร้ายง่ะ"เมฆโอดครวญคิงหัวเราะหึๆพลางบีบจมูกของหญิงสาวเบาๆ

    "แล้วใครใช้ให้เธอมาเป็นนักแสดงละ...เอ้าจะต้องไปงานอีเว้นท์ต่อไปแล้วนะเตรียมตัวได้แล้ว"คิงหัวเราะเมฆนั้นมองค้อนวงใหญ่

    "เพค่ะผ่าบาท"เมฆพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆคิงได้แ่หัวเราะ

  • Angel-is-egg
    Time/Date : 21:18:40 @ 03/10/2013

    ชื่อเรื่อง/ชื่อตอน : แรกพบ
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : แองเจิล/บลัดดี้แมรี่
    ประเภท : ชีวิตประจำวัน
    ที่มา : Crossover bord

    “แองเจิล คือ หลักฐานที่ยังมีชีวิตของคำพูดที่ว่าผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว” มากัส ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกร่าเริง เป็นมิตร และเข้ากับคนได้ง่าย พูดถึงรูมเมทของตัวเอง เธอชื่อว่าแองเจิล และนี้ก็ไม่ใช่ชื่อของเธอจริงๆหรอก มันเป็นชื่อที่เธอใช้เฉพาะกับเขาและคนรู้จักบางคนเท่านั้น
    “อา…” หญิงสาวผิวขาว นัยตาสีดำ เรือนผมดำขลับยาวถึงกลางหลังส่งเสียบตอบกลับชายหนุ่มประมาณว่า “รู้แล้วจ๊ะ” เธอกำลังเคาะนิ้วบนแป้นพิมพ์อักษรอย่างตั้งอกตั้งใจกับการเขียนนิยายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเอาเสียง่ายๆ แองเจิลมักตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงเมื่อเธอกำลังแต่งนิยายหรือเวลาวาดรูป หรือเวลาอ่านหนังสือ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสิ่งที่เธอชอบทำ มากัสรู้ดี และที่สำคัญถ้าจงใจ(หรือไม่)นั้นทำอะไรให้เจ้าหล่อน…โกรธ-ไม่พอใจ-รำคาญ เข้าล่ะก็…
    นั้นล่ะ!คำกล่าวที่เขาว่าไปเมื่อครู่จะเป็นจริง(หรือยิ่งกว่านี้)ทันที
    ************************
    ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไรกันนะ…
    รู้ตัวอีกที ก็มีสิ่งที่เรียกว่า”วิญญาณ”มาตามติด(หนึบ)อยู่ข้างๆตัวแล้วนี้ซิ
    บ้างทีนะ…มันอาจจะเป็นภาพหลอนจากการที่ฉันเคยอ่านเรื่องของเธอมาแล้วก็ได้”บลัดดี้แมรี่”
    บลัดดี้แมรี่ วิญญาณหญิงสาวที่มักจะปรากฏตัวขึ้นหลังการทำพิธีเรียกเธอหน้ากระจก 3 ครั้ง และมักจะฆ่าผู้ทำพิธีทันทีที่ปรากฏตัว…อืม แต่สำหรับกรณีฉัน ฉันว่ามันแปลกไปกว่านั้นนะ…
    *************************
    โรงพยาบาลซักแห่งใน กทม.
    “บลัดดี้แมรี่ บลัดดี้แมรี่ บลัดดี้แมรี่”
    หญิงสาวเรือนผมสีดำขลับในชุดฝึกงานของ ที่ดูแล้วงานที่เธอกำลังฝึกอยู่ในขณะนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานที่โรงพยาบาลแน่ๆ ดูเหมือนเธอกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า”พิธีกรรมเชิญผี” อยู่หน้ากระจกขนาดใหญ่ในห้องน้ำของโรงพยาบาลที่ทั้งมืดและวังเวงเพราะเป็นเวลาที่ผู้คนไม่น่าจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้แล้ว
    “เห็นอะไรบ้างไหม” ชายหนุ่มหัวทองถามเธอ ซึ่งหันมาบอกว่า”ไม่”ก่อนจะหันกลับไปที่หน้ากระจกอีกครั้ง เป็นเวลาหลายนาทีที่ช่างเงียบงันและผ่านไปราวนานราวกับหลาย ชม. เธอจึงละหน้าออกมาจากการจ้องมองหน้ากระจก ก่อนจะพูดว่า
    “กลับกันเถอะ มากัส”
    *****************************
    อพาร์ทเมนต์ซักแห่งใน กทม.
    คืนนี้ แองเจิลฝัน
    หญิงสาวเห็นตัวเองกำลังก้าวเดินออกไป ในหนทางที่ยาวสุดลูกหูลูกตา แต่งแต้มด้วยรอยเลือดสีแดงฉานและกระจกร้าวๆนับไม่ถ้วน ในฝันเธอกำลังก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆไปตามทางเดินที่รายล้อมไปด้วยเศษกระจกแตก โดยไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงที่ไหน?
    “เธอเห็นฉันหรือยัง?”
    น้ำเสียงเยือกเย็นกระซิบแผ่วเบาขึ้นในหูของเธอ เธอได้แต่ทำแววตาเลื่อนลอย นี้คือฝันร้ายซินะ?...เธอคิด จากเศษกระจกนับร้อยๆชิ้น เธอเห็นได้ว่าดวงตาของเธอรวมทั้งใบหน้าของเธอมันช่างแสดงความไร้อารมณ์แบบที่เธอมักแสดงออกไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นประจำ
    “เห็นหรือยัง?...”
    เสียงปริศนาดังขึ้นอีก…ฉับพลัน!เธอนึกขึ้นได้ ถึงเรื่องก่อนหน้าในห้องน้ำโรงพยาบาล แองเจิลหยุดเดินและหันไปมองที่กระจกและพูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างอันดังว่า
    “บลัดดี้แมรี่!ฉันเจอเธอแล้ว”
    นาทีเงียบงัน…ผิดคาดกับที่เธอคิดว่าจะเจอกับบลัดดี้แมรี่ในกระจก แต่เธอกลับเจอเงาสะท้อนกลับของตัวเอง แต่อย่างน้อยแองเจิลก็จำได้ถึงตอนก่อนที่จะตื่นขึ้นจากฝันอันห่าเหวว่าเธอกำลังตวัดลิ้นเลียที่ริมฝีปากด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง?(หื่น)กระหายใคร่รู้?กับสิ่งที่พึ่งประสบไป ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น…. และบางทีมันอาจจะเป็นแค่ฝันจริงๆถ้าเธอไม่ตื่นขึ้นมาและเจอกับข้อความจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ไม่น่าจะมีในห้องของเธอปรากฏข้อความสีแดงชานเหมือนเลือดไม่มีผิด
    “บลัดดี้แมรี่อยู่กับเธอแล้ว”
    และถามมาด้วยเสียงมากัสโวยอย่างเบาๆว่า ไอ้หอกหักที่ไหนมันเอาสีแดงมาป้ายเล่นทั่วห้อง ว่า เห็นหรือยัง เห็นหรือยัง…
    ต่างจากเธอที่เริ่มมีรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก เธอหันไปมองที่โต๊ะทำงานของเธอและพบกับร่างเล็กๆร่างหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับเงาของเด็กสาร่างเล็กอายุไม่น่าจะเกินเลยหลักสิบขวบหรืออาจจะน้อยกว่านั้น…
    “บลัดดี้แมรี่ ยินดีต้อนรับจ๊ะ”
    ************************
    จบลูปอย่างสวยงาม
    อา…บลัดดี้แมรี่ ไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็น่าหลงใหลจริงๆนะ ฉันพูดระหว่างที่เซ็งจากการเขียนนิยายและหันมาทำพิธีเรียกเธอให้ปรากฏตัวออกมาจากกระจก นอกจากเธอจะไม่กลัวแล้วยังรู้สึกสนุกกับการได้เรียกเธอมาเป็นเพื่อนเล่นด้วย
    แองเจิลตวัดเลียริมฝีปาก จะว่าไปหลังจากเหตุการ์ณเมื่อครึ่งปีก่อนครั้งแรกที่ได้เจอกันมันออกจะน่ากลัวหน่อยๆ…แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกกลัวในรูปโฉมของบลัดดี้แมรี่แม้แต่น้อยกลับรู้สึกว่าเธอนั้นมี”ความน่าสนใจ”บางอย่างที่ดึงให้เธอจ่อมจมอยู่กับการเรียกเธอออกมาปรากฏตัว และตอนนี้ฉันก็สามารถ สัมผัส จับต้องเธอได้!(อีกต่างหาก)ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดา อา…ต้องขอบคุณเหตุการ์ณที่ดูเหมือนจะเกิดเหตุผิดเพี้ยนอะไรบางอย่างอาจจะเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ของจักรวาล?มิติผิดเพี้ยน? จึงทำให้ฉันได้เจอกับสิ่งที่ฉันเจอมาและตัดสินใจใช้มันเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งรองจากการสเก็ตรูป ดูหนัง ฟังเพลง แต่งนิยาย…
    นั้นคือ”การวิจัยสิ่งเหนือธรรรมชาติ”ยังไงล่ะ!?

    ปล.(แถมมากัสก็ยังมีความสนใจในงานวิจัยนี้พอๆกับที่ฉันสนใจในตัวเด็กน้อย”บลัดดี้แมรี่”ด้วยล่ะ ฮิ ฮิ)

  • ray
    Time/Date : 23:08:34 @ 03/10/2013

    ชื่อตอน : First Contact : Meeting under the sunlight - Part 1
    ตัวละคร/OCที่เกี่ยวข้อง : นิตยา, โจเซฟ(priest)และอื่นๆ
    ที่มา : โรลCrossover Board

    ณ มหาวิยาลัยแห่งหนึ่ง ท่ามกลางอากาศร้อนตับแตกยังคงมีนักศึกษาลากสังขารปั่นจักรยานไปเข้าเรียนอยู่คนหนึ่ง
    "โอว ร้อน ทำไมตึกเรียนถึงต้องไปตั้งอยู่ซะไกลเลยเนี่ย!"เธอบ่นอย่างเหลืออด เมื่อปั่นไปได้ซักพักเธอก็เห็นเด็กสวมชุดสีส้มเดินอยู่กลางถนน แต่เมื่อเธอมองดีๆก็เห็นว่าเด็กคนนั้นแต่งตัวเหมือนกับตัวละครจากอนิเมเรื่องหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีกำลังมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง
    'เห คอสเพลย์งั้นเหรอ? ไอ้บ้าที่ไหนมันกล้าใส่ของแบบนั้นกลางแดดเปรี้ยงแบบนี้กันนะ?'แล้วเธอก็เธอปั่นผ่านเลยไปโดยไม่ได้สนใจ
    ---------------------------------------------
    "หา! ยกเลิกการเรียนการสอนทั้งวิทยาเขตชั่วคราว!?!"เํธอโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดหลังจากที่ต้องปั่นผ่าแดดร้อนระอุมาหลายร้อยเมตรแล้วต้องมาพบว่าที่ทำไปนั้นสูญเปล่า
    "ช่วยไม่ได้นี่นะ ได้ยินมาว่าไครก็ไม่รู้ไปต่อยผ.อ.แล้วเล่นยึดอำนาจการปกครองมาซะอย่างนั้นล่ะ"เมย์เพื่อนสนิทของเธอพูด
    "....นี่เธอพูดเล่นใช่ไหม?"
    "อีกสักพักเดี๋ยวเธอก็รู้เองล่ะ เธอปั่นมาที่นี่ตอนที่มันยังเงียบไปดังนั้นมันจะมาใน3...2...1..."แล้วเมย์ก็อุดหูหลับตาปี๋ปล่อยให้นิตยายืนงงไปซักพักก่อนที่...
    "ฉันคือเอดะจิมะ เอฮาจิผ.อ.โรงเรียนลูกผู้ชาย!!!!!!"เสียงกระจายสัญญาญดังกระหึ่มผ่านลำโพงทุกตัวเต็มกำลังทำให้นิตยาเกิดอาการช็อกตาตั้งล้มลงไปกองกับพื้นชั่วคราว หลังจากที่เธอพยายามยืนขึ้นอย่างมึนงงแล้วเธอก็เค้นคอเพื่อนผู้แสนดี(?)ของเธอ
    "นังเมย์!!! ทำไมเธอไม่บอกฉันก่อนว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี้ แล้วนั่นมันอะไรกันหา!!! ไอ้ชื่อที่แค่ฟังก็บอกได้ว่าโคตรดักแก่นั่นน่ะมันเกินกว่าคำว่าล้อเล่นไปแล้วนะ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าไครเป็นตัวการ หา!!!"เธอถามพลางพยายามไล่เสียงวิ้งในหูออกไป
    "ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ที่จริงมีเรื่องที่แปลกกว่านั้นเกิดขึ้นไปทั่ววิทยาเขต ไม่สิทั่วทั้งจังหวัดหรือทั้งประเทศเลยด้วยซ้ำ"
    "หมายความว่ายังไง?"
    "เธอรู้จักชื่อนั้นสินะ? เอดะจิมะ เอฮาจิจากการ์ตูนเรื่องโรงเรียนลูกผู้ชายน่ะ?"
    "โดนไอ้บ้าอย่างพวกเธอรุมประเคนของพรรค์นั้นมาให้อ่านสามเวลาหลังอาหารจำไม่ได้ก็บ้าแล้วล่ะ"
    "นั่นแหละ ตอนนี้มีคนพบเห็นตัวละครจากการ์ตูน เกม นิยาย และอื่นๆเดินเพ่นพ่านไปทั่วเลยล่ะ" แต่ก่อนที่บทสนธนาของทั้งคู่จะไปต่อได้นั้นเอง
    "..เอ่อ ขอโทษนะครับ"ทั้งคู่หันไปหาต้นเสียงก็พบกับเด็กอายุประมาณ ม.ปลายผมสีออกน้ำตาลซึ่งดูจะไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เลยตามหลักพันธุกรรม
    "ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหนงั้นหรือครับ? คือว่าผมกับเพื่อนๆออกตามหาคนๆหนึ่งอยู่ สูงประมาณไหล่ผมทำผมทรงทวินเทล ผูกริบบิ้นสีส้มกับบุคลิกสุดไฮเปอร์แบบกระรอกดื่มกาแฟยังเทียบไม่ติดบ้างหรือเปล่าครับ?"เขาถามอย่างสุภาพ
    "คนแบบนั้นมีอยู่จริงๆบนโลกนี้ด้วยหรือนั่น....ว่าแต่เธอนี่คุ้นๆนะ เหมือนฉันจะเคยเห็นมาจากที่ไหนกันนะ?"นิตยาพูดขึ้นอย่างสงสัย แต่ทว่าก่อนที่เธอจะได้พูดต่อก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินมาอยู่ข้างๆเด็กผู้ชายคนนั้น
    "แย่แล้วล่ะครับ จะที่ไหนก็ไม่มีไครรู้เลยว่าเธอไปอยู่ที่ไหนกัน"เด็กผู้ชายตาหยีพูดขึ้น
    "......."เด็กผู้หญิงผมสีม่วงเดินตามหลังเขามาไม่ไกลนักทำแค่ส่ายหน้าเท่านั้น
    "เอ่อ...คุณเคียวคะ คือว่า..."เด็กผู้หญิงผมสีส้มพูดอย่างอ้ำๆอึ้งๆพลางส่งสายตามองเด็กผู้ชายที่ชื่อเคียวเหมือนต้องการพูดอะไรซักอย่าง
    "....เฮ้ย....เฮ้ยๆๆๆๆๆ!!!"เมย์ตะโกนขึ้น
    "อะไรอีกนังเมย์?"
    "นี่แกไม่รู้จักเหรอนิตยา!!! นี่น่ะชมรมSOSทั้งชมรมมาอยู่ตรงหน้าแกยังไม่รู้จักอีกเหรอ!!!"เธอหันไปทางกลุ่มคนแปลกหน้าอีกครั้งก็สังเกตุเห็นว่าที่เพื่อนสนิทของเธอพูดมานั้นครั้งนี้ดูจะถูกต้อง เด็กผู้ชายคนแรกนั้นหน้าตาดูเหมือนพระเอกจอมบ่นเคียวจริงๆ ดังนั้นอีกสามคนที่เหลือก็คือโคอิซึมิ นางาโตะและมิคุรุ
    "ไม่ยักกะรู้นะเนี่ยว่าชมรมเราจะมีชื่อเสีย(ง)ดังมาถึงที่ๆเราไม่รู้จักแบบนี้ด้วยน่ะ"เคียวบ่นขึ้นพลางคาดเดาว่าพลังพระเจ้าของฮารุฮิได้ไปก่อเรื่องอะไรเข้าอีก
    "....โอเค...ปั่นจักรยามผ่านแดดเปรี้ยงมาเพื่อต้องมาพบว่าหยุดเรียนชั่วคราว เช็ก....เจอคนใช้ลำโพงทั้งตึกตะโกนสุดเสียงจนแก้วหูแทบแตก เช็ก...รับรู้ความจริงว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะคนจากเกม การ์ตูนและอื่นๆเข้ามาสู่โลกแห่งควมเป็นจริง เช็ก...เอาล่ะ ทีนี้จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกบ้างไหม?"หลังจากเธอพูดจบได้ไม่นานก็มีอะไรบางอย่างตกลงมาเสียงดังสั่นไปทั่วบริเวณไกล้ๆกับพวกเธอ เมื่อเธอมองไปทางต้นเสียงก็พบว่ามีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหมีแต่ตัวใหญ่กว่ามากอยู่ตรงกลางจุดตกนั้น
    "เฮ้ย! คาร์บิก้อนใช่ไหมนั่น!!!"เมย์พูดขึ้น เมื่อเธอมองดูดีๆก็พบว่าบนตัวของคาร์บิก้อนนั้นมีเด็กผู้ชายชุดสีแดงอยู่บนตัวด้วย
    "โอ้! ขอบใจมากนะก็อน ถ้าไม่ได้นายล่ะก็แย่แน่ๆ"เขาพูดขึ้นพลางหาทางลงมาจากคาร์บิก้อน
    "โปเกม่อนนั่น...ชื่อนั่น...เร้ดใช่ไหม!!!"เมย์พูดขึ้นพลางเข้าไปช่วยพาเขาลงมา
    "ขอบคุณนะ ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนกันน่ะครับ?"เขาถามขึ้นอย่างงุนงง เพราะก่อนหน้านี้เขายังจำได้ว่าเดินทางอยู่บนถนนแท้ๆแต่ทำไมถึงไปโผล่บนฟ้าได้
    "เฮ้! นิตยามัวยืนบื้ออะไรอยู่ เดี๋ยวพลาดโอกาศพบกับคนระดับสุดยอดขนาดนี้กันพอดี!"ทว่าเธอไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆจากเพื่อนสนิทของเธอ เมื่อเธอหันไปหานิตยาก็พบว่าเธอปล่อยรัวสีอำมหิตออกมาอย่างน่ากลัว
    "...จ....จั....จัก.....จักรยานช้าาาาาาาาาน!!!"เธอตะโกนออกมาดังลั่นไปทั่วบริเวณพลางชี้ไปที่จักรยานซึ่งกลายเป็นเศษซากไปเรียบร้อยด้วยน้ำหนักของคาร์บิก้อน
    "แค่ปั่นมาก็จะตายห่านอยู่แล้ว นี่ฉันต้องเดินกลับเลยหรือวะเนี่ย!!!"เธอตะโกนเสียงแหลมสูง ทันใดนั้นลำโพงของตึกส่งเสียงประกาศจากห้องส่งอีกครั้ง
    "ฉันคือเอดะจิมะ เอฮาจิผ.อ.โรงเรียนลูกผู้ชาย!!!!!!"
    "หุบปากไปเลยโว้ยไอ้หัวไข่ต้ม!!!!"เธอตะโกนแข่งกับลำโพงอย่างไม่ลดละ

    part 1 end

Post Reply Back To Forum